ช่วงนี้มีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะ หรือมีสิ่งผิดปกติไหลออกมาจากน้องชายและน้องสาวค่อนข้างบ่อย พอตรวจวินิจฉัยลึกลงไป ส่วนใหญ่ก็มักจะหนีไม่พ้นเรื่องของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากหนองใน ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกที่สร้างความกังวลใจให้หลายคนไม่น้อย บางคนแอบไปซื้อยากินเองเพราะความอาย จนทำให้อาการไม่หายขาดและลุกลามไปกันใหญ่ วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเคลียร์ชัด เข้าใจง่าย และไม่มีการตัดสินใคร เพื่อให้ทุกคนดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องครับ
หนองในแท้กับหนองในเทียม: ต่างกันอย่างไร ทำไมต้องรู้ให้แน่ชัด
เวลาพูดถึงโรคนี้ ทางการแพทย์เราจะแบ่งออกเป็นสองพี่น้องหลักๆ คือ หนองในแท้ และ หนองในเทียม ซึ่งถึงแม้ชื่อจะคล้ายกันและอาการใกล้เคียงกัน แต่ต้นเหตุและวิธีรักษามีความแตกต่างกันพอสมควร
หนองในแท้เกิดจากอะไรและน่ากลัวแค่ไหน
หนองในแท้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae เชื้อตัวนี้ชอบความชื้นและเยื่อเมือกเป็นพิเศษ พอเข้าสู่ร่างกายแล้วจะแสดงฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว โดยในผู้ชายมักจะเริ่มมีอาการปัสสาวะแสบขัดร่วมกับมีมูกใสหรือหนองข้นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะภายใน 2 ถึง 5 วัน ส่วนผู้หญิงมักจะมาด้วยตกขาวที่ผิดปกติ แสบช่องคลอด หรือปวดท้องน้อย แต่บางคนก็อาจไม่มีอาการอะไรเลย ซึ่งนี่แหละคือจุดที่อันตรายที่สุดเพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปโดยไม่รู้ตัว
หนองในเทียมต่างกันตรงไหน ทำไมถึงเรื้อรังกว่า
ส่วนหนองในเทียม หรือที่เรียกว่า Non-gonococcal urethritis ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มอื่น เช่น Chlamydia trachomatis อาการจะคล้ายกับหนองในแท้เลยครับ คือมีอาการแสบขัดและมีหนองไหล แต่ความรุนแรงในตอนแรกอาจจะน้อยกว่า หนองในเทียมมักจะแอบซ่อนตัวและแสดงอาการช้ากว่าเล็กน้อย และถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาให้หายขาด เชื้อตัวนี้อาจแอบเดินทางขึ้นไปสร้างปัญหาในระบบสืบพันธุ์จนทำให้มีบุตรยากในอนาคตได้ทั้งชายและหญิง
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่ฟ้องว่าร่างกายกำลังติดเชื้อหนองใน
ไม่ว่าจะเป็นหนองในแท้หรือหนองในเทียม ร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนบางอย่างออกมาเสมอ เพียงแต่เราอาจจะเผลอมองข้ามไป อาการที่พบได้บ่อยและควรสังเกตตัวเองให้ดีมีดังนี้ครับ
- แสบขัดเวลาเข้าห้องน้ำ: รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มหรือร้อนผ่าวที่ท่อปัสสาวะ ทุกครั้งที่ปวดเบาจะทรมานมาก
- มีของเหลวผิดปกติ: มีมูกใส มูกขาว หรือหนองสีเหลืองเขียวไหลออกมาจากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอด โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน
- เจ็บปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน: ในผู้หญิงจะมีอาการปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อย ส่วนผู้ชายบางคนอาจมีอาการปวดตุ่นๆ ที่ลูกอัณฑะร่วมด้วย
- มีเลือดออกผิดปกติ: อาจพบเลือดออกกะปริดกะปรอยนอกรอบเดือนสำหรับผู้หญิง หรือมีเลือดปนมากับปัสสาวะ
เมื่อไหร่ที่ต้องรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาทันที
หากคุณเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติเหล่านี้ หรือเพิ่งมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงมา ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือเปลี่ยนู้นอนบ่อยๆ แล้วเริ่มมีอาการระคายเคือง แนะนำว่าไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดครับ การปล่อยให้เชื้ออยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้ทรมานจากอาการอักเสบแล้ว เชื้อยังอาจลุกลามขึ้นไปทำให้เกิดการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ต่อลูกหมากอักเสบ หรือท่อปัสสาวะตีบตัน ซึ่งต้องรักษาด้วยวิธีที่ยากขึ้นไปอีก
วิธีรักษาและการปฏิบัติตัวเมื่อรู้ว่าเป็นหนองใน
ข่าวดีคือโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะครับ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและจ่ายยาให้ ซึ่งอาจมาในรูปแบบยาฉีดร่วมกับยากิน หรือยากินเพียวๆ ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรงของอาการ
ข้อควรปฏิบัติสำคัญระหว่างการรักษาเพื่อให้หายขาด
- กินยาให้ครบโดสตามแพทย์สั่ง: ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้ว่าอาการจะหายดีแล้ว เพราะเชื้ออาจจะยังหลงเหลือและดื้อยาได้
- งดมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราว: ควรงดกิจกรรมทางเพศจนกว่าจะรักษาจนครบกระบวนการและแพทย์ยืนยันว่าหายสนิท
- พาคู่นอนมารับการรักษาด้วย: ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ เพราะโรคนี้มักจะมาเป็นแพ็กคู่ ถ้าตัวเราหายแต่คู่นอนยังเป็นอยู่ เราก็จะกลับมารับเชื้อซ้ำอีกวนไปเรื่อยๆ
ป้องกันอย่างไรไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน และหมั่นสังเกตสุขภาพของตัวเองและคู่นอนอยู่เสมอ หากมีความเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ แม้ว่าจะยังไม่มีอาการผิดปกติก็ตามครับ