เตือนภัยเงียบ: เมื่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากหนองกลายเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ
เวลาตรวจคนไข้ที่เดินเข้ามาด้วยอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะ หรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมาจากอวัยวะเพศ หลายคนมักจะมีความกังวลและอายที่จะเล่าความจริงให้ฟัง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากหนองใน หรือที่ในวงการแพทย์เรียกว่าโรคหนองใน เป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุด แต่กลับมีเรื่องเข้าใจผิดอยู่เยอะมาก วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังกันแบบเคลียร์ชัด เข้าใจง่าย เหมือนนั่งคุยกันที่ห้องตรวจครับ
หนองในแท้และหนองในเทียม: ต่างกันอย่างไร ทำไมต้องรู้ให้ทัน?
ในทางการแพทย์ โรคหนองในที่เราพูดถึงกันบ่อยๆ จะแบ่งออกเป็นสองพี่น้องหลักๆ ที่มีอาการคล้ายกันแต่เกิดจากเชื้อคนละตัว
หนองในแท้: เชื้อแบคทีเรียตัวร้ายที่ออกฤทธิ์ไว
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ไนซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) จุดเด่นของเชื้อตัวนี้คือระยะฟักตัวสั้นมาก หลังจากได้รับเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยเพียงไม่กี่วัน มักจะแสดงอาการรุนแรงทันที เช่น เจ็บปวดมากเวลาปัสสาวะ และมีหนองข้นสีเหลืองหรือเขียวไหลออกมาอย่างเห็นได้ชัด
หนองในเทียม: น้องใหม่แต่อาการเรื้อรัง
เกิดจากเชื้อกลุ่มอื่น เช่น คลายไมเดีย (Chlamydia trachomatis) ตัวนี้จะใช้เวลาฟักตัวนานกว่า อาการมักจะไม่รุนแรงเท่าหนองในแท้ น้ำที่ไหลออกมาอาจจะใสกว่าหรือมีลักษณะเมือกๆ ขุ่นเล็กน้อย แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้อตัวนี้สามารถลุกลามและสร้างความเสียหายในระยะยาวได้ไม่แพ้กัน
สัญญาณเตือนภัย: ร่างกายกำลังบอกอะไรเมื่อติดเชื้อหนองใน?
อาการแสดงของโรคนี้จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนละเลยจนเชื้อแพร่กระจายไปไกล
อาการในผู้ชาย: สังเกตง่ายเพราะเจ็บและเห็นชัด
- แสบขัดตอนเข้าห้องน้ำ: รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มเวลาปัสสาวะ
- มีหนองไหล: สังเกตเห็นน้ำมูกใสๆ หรือหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะในช่วงเช้า
- ปวดลูกอัณฑะ: บางรายเชื้อลามจนทำให้ถุงอัณฑะบวมและเจ็บปวดร่วมด้วย
อาการในผู้หญิง: ภัยเงียบที่มักไม่มีอาการเตือน
- ตกขาวเปลี่ยนไป: มีตกขาวปริมาณมากกว่าปกติ มีสีเหลืองหรือเขียว และมีกลิ่นเหม็นคาว
- เลือดออกผิดปกติ: มีเลือดออกกะปริดกะปรอยนอกรอบเดือน หรือเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์
- ปวดท้องน้อย: หากปล่อยไว้จนเชื้อลามขึ้นไปที่มดลูกและปีกมดลูก จะทำให้ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
ปล่อยไว้ไม่รักษา อันตรายกว่าที่คิด
หลายคนคิดว่าอาการแสบหรือหนองอาจจะหายไปเองได้ถ้าพักผ่อนเยอะๆ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ การปล่อยให้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากหนองดำเนินไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับยาฆ่าเชื้อที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา
ในผู้ชาย เชื้ออาจลุกลามไปทำให้ท่อปัสสาวะตีบตัน หรืออักเสบเรื้อรังที่ต่อมลูกหมาก ส่วนในผู้หญิงน่ากลัวกว่านั้น เพราะเชื้อสามารถขึ้นไปทำลายท่อนำไข่ ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก หรือเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกในอนาคต ที่สำคัญคือเชื้อนี้สามารถติดต่อไปยังบริเวณลำคอหรือทวารหนักได้จากการมีเพศสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นด้วย
วิธีรักษาและการปฏิบัติตัวเมื่อรู้ว่าติดเชื้อ
ข่าวดีคือ โรคหนองในสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดหรือยากินตามแพทย์ประเมิน สิ่งสำคัญที่สุดที่หมอย้ำเสมอก็คือ ต้องรักษาพร้อมกับคู่นอนด้วยทุกครั้ง เพราะถ้าเราหายแต่คู่นอนยังเป็น เมื่อมีเพศสัมพันธ์กันอีกก็จะติดเชื้อวนกลับมาใหม่อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ระหว่างที่กำลังรักษาควรงดการมีเพศสัมพันธ์โดยเด็ดขาดจนกว่าจะจบคอร์สยาและแพทย์นัดตรวจซ้ำยืนยันว่าปลอดเชื้อแล้ว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนอื่นและป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน
วิธีป้องกันเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ การสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด นอกจากนี้ การตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำทุกปีร่วมกับคู่รักคู่ใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแสดงความรับผิดชอบต่อกันและช่วยให้เราใช้ชีวิตคู่ได้อย่างสบายใจไร้กังวล