ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้เวลาเดินตรวจที่คลินิกหรือโรงพยาบาล สิ่งที่หมอมักจะได้ยินคุณพ่อคุณแม่บ่นด้วยความกังวลใจอยู่บ่อยๆ คือเสียงไอโขกๆ ของเจ้าตัวเล็ก และข่าวคราวเรื่องเตียงในโรงพยาบาลที่เริ่มจะแน่นขนัดในช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เจ้าไวรัสตัวร้ายอย่างอาร์เอสวีมักจะกลับมาระบาดและเล่นงานเด็กเล็กๆ จนคุณพ่อคุณแม่ต้องวิ่งวุ่นหาโรงพยาบาลกันยกใหญ่

เมื่อการระบาดมาถึง สิ่งสำคัญที่ไม่ใช่แค่เรื่องการรักษาที่บ้าน แต่คือการเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุข ทั้งในระดับโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ไปจนถึงหน่วยงานสาธารณสุขรอบตัว เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กๆ ทุกคนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเมื่อมีอาการรุนแรงครับ

โรงพยาบาลเตรียมรับมืออย่างไร เมื่อเด็กๆ ป่วยพร้อมกันนับร้อย

เวลาที่โรคอาร์เอสวีระบาดหนัก โรงพยาบาลแทบทุกแห่งต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อไม่ให้ระบบรับมือไม่ไหว สิ่งแรกที่เราทำคือการจัดโซนคัดแยกผู้ป่วยเด็กที่มาด้วยอาการทางเดินหายใจออกจากเด็กที่มารับวัคซีนปกติ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังมีการสำรองห้องความดันลบและเตียงรองรับผู้ป่วยวิกฤต สำหรับเด็กที่มีอาการหอบเหนื่อยรุนแรงจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ระบบส่งต่อผู้ป่วยที่รวดเร็ว เพื่อไม่ให้เด็กหลุดมือ

บางครั้งโรงพยาบาลขนาดเล็กอาจไม่มีเครื่องมือแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็กเล็กที่มีอาการหนัก การเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุข จึงต้องมีเครือข่ายการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ มีรถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมทีมกู้ชีพเด็ก และมีการประสานงานกับโรงพยาบาลแม่ข่ายล่วงหน้า เพื่อให้เด็กที่อาการทรุดลงสามารถย้ายไปถึงมือแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจในเด็กได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีสะดุด

ยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรทางการแพทย์ต้องไม่ขาดแคลน

เบื้องหลังรอยยิ้มของเด็กที่หายป่วย คือการบริหารจัดการหลังบ้านที่แน่นหนา ในช่วงฤดูระบาด โรงพยาบาลต้องมีการสำรองเวชภัณฑ์สำคัญ เช่น ยาขยายหลอดลม อุปกรณ์พ่นยา ออกซิเจนเหลว และชุดตรวจหาเชื้อไวรัสให้เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว

ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งคุณหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ ต่างต้องเตรียมตัวรับมือกับภาระงานที่หนักขึ้น บางแห่งต้องมีการจัดตารางเวรเสริมและเตรียมทีมแพทย์สำรอง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีช่วงเวลาไหนที่ขาดคนดูแลเด็กๆ ที่นอนพักรักษาตัวอยู่เต็มวอร์ด

มุมมองจากหมอ: ทำไมการป้องกันที่บ้านถึงช่วยแบ่งเบาภาระระบบสาธารณสุขได้ดีที่สุด

แม้ระบบสาธารณสุขจะเตรียมตัวดีแค่ไหน แต่ถ้าเตียงเต็มทุกแห่ง ความเครียดก็จะตกอยู่ที่ตัวครอบครัวและตัวเด็กเอง ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยลดภาระของโรงพยาบาลคือการช่วยกันป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อตั้งแต่แรกครับ

  • ล้างมือบ่อยๆ ทั้งตัวคุณพ่อคุณแม่และตัวเด็ก เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ในช่วงที่โรคกำลังระบาดหนัก เช่น ห้างสรรพสินค้าที่มีคนพลุกพล่าน
  • ทำความสะอาดของเล่น และพื้นผิวสัมผัสร่วมภายในบ้านอยู่เสมอ
  • สังเกตอาการใกล้ชิด หากลูกเริ่มมีไข้ ไอ น้ำูกไหลหายใจเร็วกว่าปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

ท้ายที่สุดแล้ว การผ่านพ้นฤดูกาลระบาดของอาร์เอสวีไปได้ด้วยดี ไม่ได้มาจากความพร้อมของโรงพยาบาลฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งความใส่ใจของครอบครัว และระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่ง เพื่อปกป้องลมหายใจเล็กๆ ให้ปลอดภัยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down