ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมการลดน้ำหนักแบบหักโหมถึงอันตรายต่อตับ

หลายคนมักมีความเข้าใจว่าการลดน้ำหนักให้ได้ผลดีต้องรีบลดให้ได้เร็วที่สุด หรือใช้วิธีอดอาหารแบบสุดโต่งเพื่อให้เลขบนตาชั่งลดลงทันตาเห็น แต่ในมุมมองของแพทย์ สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่ความอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่คือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตับโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะการที่น้ำหนักหายไปอย่างรวดเร็วเกินไป ร่างกายจะดึงไขมันจากแหล่งสะสมต่างๆ เข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมหาศาล เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน ซึ่งในระหว่างกระบวนการนี้ ไขมันจำนวนมากจะถูกส่งไปที่ตับเพื่อแปรรูป ส่งผลให้ตับต้องทำงานหนักจนเกิดภาวะไขมันพอกตับชนิดเฉียบพลัน หรือร้ายแรงไปกว่านั้นคือภาวะตับอักเสบจากการสลายไขมันเร็วเกินไป

วิธีลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่ร่างกายและตับรับไหว

การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนและปลอดภัยที่สุดคือการค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ระบบภายในร่างกายปรับตัวได้ทัน แนวทางการลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่ผมแนะนำให้คนไข้ใช้คือการตั้งเป้าหมายที่สมเหตุสมผล โดยลดน้ำหนักเพียงสัปดาห์ละ 0.5 ถึง 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นอัตราที่ตับและอวัยวะอื่นๆ สามารถจัดการกับไขมันที่ถูกดึงออกมาใช้ได้โดยไม่เกิดภาวะเครียดในเซลล์ตับ

ปรับพฤติกรรมการกินแบบไม่เครียดและไม่ทำร้ายตัวเอง

แทนการอดอาหารแบบสุดโต่ง ลองปรับเปลี่ยนวิธีการทานดังนี้:

  • เน้นอาหารครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่พอดี: ตัดแป้งขัดขาวและน้ำตาลส่วนเกินออกไป แต่ยังต้องให้ร่างกายได้รับพลังงานที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • เลี่ยงอาหารแปรรูปและไขมันอิ่มตัว: เพราะอาหารเหล่านี้เพิ่มภาระให้กับตับในการกำจัดของเสีย
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: เพื่อช่วยให้กระบวนการเผาผลาญไขมันในตับทำงานได้ดีขึ้น

ขยับร่างกายวันละนิด เปลี่ยนกิจวัตรให้สุขภาพดีในระยะยาว

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหักโหมจนหน้ามืด เพียงแค่เริ่มขยับร่างกายให้มากขึ้นในแต่ละวัน เช่น การเดินเร็ว หรือการเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ จะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำให้ตับเกิดความเครียดจากการสลายไขมันที่ฉับพลันจนเกินไป การสร้างวินัยในการขยับตัวจะช่วยรักษาความสมดุลของระดับเอนไซม์ตับให้เป็นปกติอยู่เสมอ

สัญญาณเตือนจากร่างกายที่ควรหยุดและปรึกษาหมอ

หากระหว่างการลดน้ำหนัก คนไข้เริ่มรู้สึกอ่อนเพลียอย่างผิดปกติ ตาเหลือง ตัวเหลือง หรือมีอาการปวดแน่นบริเวณชายโครงด้านขวา นี่อาจเป็นสัญญาณว่าตับกำลังมีปัญหา หากพบอาการเหล่านี้ขอให้หยุดการจำกัดอาหารแบบสุดโต่งทันที และรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจดูค่าการทำงานของตับ อย่าลืมว่าการลดน้ำหนักที่ดีคือการทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ไม่ใช่การลดน้ำหนักเพื่อให้ได้ตัวเลขที่พอใจ แต่ต้องแลกมาด้วยอาการป่วยของตับครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down