ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลานั่งคุยกับคนไข้ที่เพิ่งเดินกลับมาจากห้อง LAB พร้อมถือกระดาษผลตรวจในมือ คำถามแรกๆ ที่หม่อมักจะได้ยินบ่อยที่สุดคือ ผลเลือดตัวนี้มันบอกอะไรเราบ้าง ทำไมหมอถึงต้องสั่งตรวจความเข้มข้นของเลือด โดยเฉพาะในวันที่เรารู้สึกเพลียๆ เวียนหัว หรือตอนที่ร่างกายกำลังป่วยหนัก เช่น ไข้เลือดออก

การตรวจความเข้มข้นของเลือดไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ มันเป็นหนึ่งในชุดตรวจพื้นฐานที่ให้ข้อมูลเชิงลึกได้มหาศาลว่า ตอนนี้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายของเรากำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่กันแน่

ตรวจความเข้มข้นเลือดตัวจริงเสียงจริงคืออะไร และหมอดูอะไรจากตรงนั้นบ้าง

เวลาที่เราพูดถึงการการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อติดตามความเข้มข้นของเลือด สิ่งที่แพทย์มักจะมองหาเป็นอันดับแรกคือค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า CBC (Complete Blood Count)

ในกระดาษผลตรวจ จะมีตัวย่อสองตัวหลักๆ ที่เราใช้ประเมินความเข้มข้นของเลือด นั่นคือ ฮีโมโกลบิน (Hemoglobin หรือ Hb) ซึ่งเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่แบกออกซิเจน และ ฮีมาโตคริต (Hematocrit หรือ Hct) ซึ่งคือสัดส่วนปริมาตรของเม็ดเลือดแดงเมื่อเทียบกับปริมาตรของเลือดทั้งหมด โดยมักจะรายงานผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์

ค่าแบบไหนที่เรียกว่าปกติ และแบบไหนที่แปลว่าเลือดจางหรือเลือดข้นเกินไป

ร่างกายมนุษย์เรามีความสมดุลที่ละเอียดอ่อนมากครับ ค่าปกติของความเข้มข้นเลือดจะแตกต่างกันไปตามเพศและวัย โดยทั่วไปแล้ว

  • ผู้หญิง: ค่าฮีมาโตคริตมักจะอยู่ราวๆ 36 ถึง 48 เปอร์เซ็นต์
  • ผู้ชาย: ค่าฮีมาโตคริตมักจะอยู่ราวๆ 42 ถึง 52 เปอร์เซ็นต์

ถ้าผลตรวจออกมาต่ำกว่าเกณฑ์ แปลว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะโลหิตจาง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าเลือดจาง อาการยอดฮิตก็คือ เพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด วิงเวียนศีรษะบ่อยๆ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าค่านี้สูงกว่าปกติ แปลว่าเลือดมีความเข้มข้นหรือมีความหนืดสูง ซึ่งอาจเกิดจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง หรือมีความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดแดงออกมามากเกินไป

ทำไมหมอถึงต้องเจาะเลือดซ้ำๆ เพื่อติดตามความเข้มข้นของเลือดในโรคบางชนิด

หลายคนสงสัยว่า เจาะตรวจครั้งเดียวไม่พอหรือ ทำไมเวลาป่วยเป็นไข้เลือดออก หรือเวลาที่เสียเลือดมากๆ หมอถึงต้องเรียกมาเจาะเลือดเช็กความเข้มข้นของเลือดอยู่เรื่อยๆ

คำตอบคือ การตรวจติดตามความเข้มข้นของเลือดช่วยให้เราเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ ตัวอย่างเช่น ในผู้ป่วยไข้เลือดออก ความน่ากลัวคือพลาสมาหรือน้ำเหลืองจะรั่วออกจากหลอดเลือด ทำให้เลือดมีความเข้มข้นสูงขึ้น การเจาะเลือดติดตามทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง จะช่วยให้แพทย์ประเมินได้ทันทีว่า ผู้ป่วยกำลังเข้าสู่ภาวะช็อกหรือไม่ หรือในกรณีที่คนไข้เสียเลือดจากอุบัติเหตุ การดูความเข้มข้นของเลือดร่วมกับการให้สารน้ำจะช่วยบอกได้ว่า ร่างกายได้รับน้ำชดเชยเพียงพอหรือยัง

การอ่านผลเลือดจึงไม่ใช่แค่การดูตัวเลขตัวเดียวโดดๆ แล้วจบไป แต่ต้องมองภาพรวม อาอาการของคนไข้ และโรคประจำตัวประกอบกันด้วย เพื่อให้การวินิจฉัยและการดูแลรักษาตรงจุดที่สุด หากท่านใดเพิ่งไปตรวจสุขภาพมาแล้วมีข้อสงสัยเรื่องค่าเลือด ลองนำผลมาปรึกษาแพทย์ประจำตัวดูนะครับ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อสุขภาพของตัวท่านเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down