ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่ตื่นนอนตอนเช้าขึ้นมาแล้วรู้สึกว่านิ้วมือแข็งเกร็ง พอจะงอนิ้วหรือเหยียดนิ้วออกก็ทำได้ยาก บางครั้งมีเสียงดังกึ๊ก แถมยังเจ็บจี๊ดขึ้นมาตรงโคนนิ้วมือ อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากกระดูกเสื่อมหรือกระดูกหัก แต่เป็นสัญญาณเตือนของโรคยอดฮิตที่คนทำงานใช้มือหนักๆ มักจะเป็นกัน นั่นคือ อาการนิ้วล็อก หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Trigger Finger

ทำไมอยู่ดีๆ นิ้วถึงล็อก? ชวนมารู้จักกลไกการทำงานของนิ้วมือเรากันก่อน

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น อยากให้ลองจินตนาการว่าเส้นเอ็นที่ควบคุมการงอนิ้วมือของเราเหมือนกับเชือกเส้นหนึ่ง และมีอุโมงค์ขนาดเล็กคอยรัดเส้นเอ็นนี้ไว้ให้อยู่ติดกับกระดูกนิ้วมือ อุโมงค์นี้ก็คือปลอกหุ้มเอ็น ในเวลาปกติที่มือเรามีสุขภาพดี เส้นเอ็นจะสามารถรูดผ่านปลอกหุ้มเอ็นไปมาได้อย่างลื่นไหล ทำให้เรากำมือและแบมือได้สะดวก

แต่เมื่อใดก็ตามที่เราใช้งานมือหนักเกินไป เกิดแรงเสียดสีซ้ำๆ เป็นเวลานาน จะส่งผลให้ ปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วมือ เกิดการหนาตัว หดเกร็ง และอักเสบขึ้นมา เมื่อปลอกหุ้มเอ็นนี้บวมและแคบลง เส้นเอ็นที่อยู่ภายในก็ไม่สามารถเคลื่อนผ่านไปได้อย่างสะดวก เกิดอาการสะดุด หรือถ้ารุนแรงมาก เส้นเอ็นก็จะถูกบีบจนเป็นปมกลมๆ ทำให้เมื่อเวลางอนิ้วเข้าไปแล้ว ปมเส้นเอ็นจะติดอยู่ภายนอกปลอกหุ้มเอ็น ไม่สามารถรูดกลับเข้าไปได้ ทำให้นิ้วค้างอยู่ในท่างอและเหยียดไม่ออกนั่นเอง

เช็กสัญญาณเตือน นิ้วของเรากำลังเข้าสู่ระยะนิ้วล็อกแล้วหรือยัง?

อาการนิ้วล็อกไม่ได้เกิดขึ้นแบบปุบปับทันที แต่มักจะค่อยๆ พัฒนาความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะหลักๆ ดังนี้

  • ระยะที่ 1: เริ่มมีอาการเจ็บระบม จะรู้สึกปวดตึงบริเวณโคนนิ้วมือ โดยเฉพาะเวลาที่กดลงไปตรงข้อต่อโคนนิ้วจะรู้สึกเจ็บชัดเจน อาการมักจะเป็นมากในช่วงตื่นนอนตอนเช้า พอเริ่มขยับมือไปสักพักอาการปวดจะค่อยๆ ทุเลาลง
  • ระยะที่ 2: เริ่มมีอาการสะดุด เวลาที่งอหรือเหยียดนิ้วจะเริ่มรู้สึกว่าข้อต่อนิ้วขยับไม่ลื่นไหล มีเสียงดังกึ๊กๆ อยู่ในนิ้ว แต่ยังสามารถเหยียดนิ้วออกเองได้
  • ระยะที่ 3: นิ้วเริ่มล็อกติด ในระยะนี้เมื่อเวลางอนิ้วมือเข้ามาแล้ว จะไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ ต้องใช้มืออีกข้างช่วยจับหรือช่วยง้างออก จึงจะสามารถเหยียดนิ้วให้ตรงได้ ซึ่งมักจะตามมาด้วยอาการเจ็บจี๊ดอย่างรุนแรง
  • ระยะที่ 4: นิ้วติดแน่นในท่างอ เป็นระยะที่รุนแรงที่สุด ปลอกหุ้มเอ็นหนาตัวและอักเสบเรื้อรังจนไม่สามารถเหยียดนิ้วออกได้เลย แม้จะใช้มืออีกข้างช่วยง้างก็ง้างไม่ออก หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ข้อต่อนิ้วอาจจะยึดติดและใช้งานไม่ได้ตามปกติ

พฤติกรรมแบบไหนที่กระตุ้นให้เกิดโรคนิ้วล็อกได้ง่ายที่สุด

หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการนิ้วล็อกจะเกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนในวัยทำงานหรือวัยรุ่นก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน หากมีพฤติกรรมการใช้งานมือในลักษณะเหล่านี้

การเกร็งข้อนิ้วมือและข้อมือต่อเนื่องเป็นเวลานาน

กลุ่มคนที่ทำงานออฟฟิศที่ต้องพิมพ์คีย์บอร์ดหรือคลิกเมาส์ตลอดทั้งวัน รวมถึงคนที่ติดการเล่นสมาร์ตโฟนแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ มักจะมีการเกร็งข้อนิ้วมือโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการกดหน้าจอซ้ำๆ ทำให้เกิดแรงกดสะสมบริเวณโคนนิ้วมือ ส่งผลโดยตรงให้ ปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วมือ เกิดการระคายเคืองและอักเสบตามมา

งานบ้านหรืองานอดิเรกที่ต้องใช้แรงบีบกำ

แม่บ้านที่ต้องบิดผ้าแรงๆ ถูพื้น ถือถุงพลาสติกหนักๆ หรือผู้ที่รักการทำสวนที่ต้องจับกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ ตลอดจนนักกีฬาที่ต้องกำด้ามอุปกรณ์แน่นๆ เช่น กอล์ฟ เทนนิส หรือแบดมินตัน พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นเสียดสีกันอย่างรุนแรงจนเกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีอาการปวดตึงโคนนิ้ว

หากเพิ่งเริ่มมีอาการปวดตึงโคนนิ้วมือในระยะแรกๆ ยังไม่ถึงขั้นนิ้วล็อกติด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้อาการหายขาดได้โดยไม่ต้องพึ่งยา

  • พักการใช้งานมือ: หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นสิ่งกระตุ้นทุกชนิด เช่น การหิ้วของหนัก การบิดผ้าแรงๆ หรือการใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกันนานเกินครึ่งชั่วโมง
  • แช่น้ำอุ่นช่วยลดการตึงเกร็ง: ในช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน หากรู้สึกว่านิ้วแข็งเกร็ง ให้เตรียมน้ำอุ่นในภาชนะแล้วนำมือลงไปแช่ประมาณ 10-15 นาที ความร้อนจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและช่วยให้เส้นเอ็นยืดหยุ่นตัวได้ดีขึ้น
  • การประคบเย็นเมื่อมีอาการอักเสบเฉียบพลัน: หากรู้สึกปวดบวมแดงร้อนบริเวณโคนนิ้วหลังจากการใช้งานหนัก ให้ใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งห่อผ้าประคบบริเวณโคนนิ้วที่มีอาการประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยลดอาการอักเสบและอาการบวม

วิธีรักษาทางการแพทย์ ตั้งแต่การกินยา ฉีดยา ไปจนถึงการผ่าตัดเล็ก

ในกรณีที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือคนไข้เข้ามาพบแพทย์ในระยะที่มีอาการนิ้วล็อกสะดุดแล้ว แพทย์จะมีแนวทางการรักษาตามความเหมาะสมของอาการดังนี้

การรักษาทางยาและการทำกายภาพบำบัด

สำหรับรายที่อาการไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับการใช้อุปกรณ์พยุงนิ้วเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวชั่วคราว เพื่อลดการเสียดสีของเส้นเอ็นกับปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วมือ นอกจากนี้อาจมีการทำกายภาพบำบัดด้วยการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์เพื่อลดการอักเสบในชั้นลึก

การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะจุด

หากการกินยาและการพักใช้งานยังไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำให้ใช้วิธีฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปที่ปลอกหุ้มเอ็นโดยตรง เพื่อลดการอักเสบและอาการบวมอย่างรวดเร็ว วิธีนี้ช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างชัดเจน แต่มีข้อจำกัดคือ ไม่ควรฉีดซ้ำเกิน 2-3 ครั้งในนิ้วเดิม เนื่องจากตัวยาอาจส่งผลทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอลงหรือเสี่ยงต่อการฉีกขาดได้

การรักษาด้วยการผ่าตัดเล็ก

หากอาการดำเนินมาถึงระยะที่ 3 หรือระยะที่ 4 หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัดเพื่อตัดแบ่งปลอกหุ้มเอ็นที่หนาตัวออก เพื่อให้อุโมงค์ขยายกว้างขึ้นและเส้นเอ็นเคลื่อนที่ได้ตามปกติ ปัจจุบันมีการผ่าตัดสองวิธีหลักๆ คือ การเจาะผ่านผิวหนังโดยใช้เข็มพิเศษสะกิดปลอกหุ้มเอ็น (Percutaneous Release) ซึ่งเป็นวิธีที่มีแผลขนาดเล็กมากจนแทบไม่ต้องเย็บแผล และอีกวิธีคือการผ่าตัดเปิดแผลเล็กเพื่อเข้าไปตัดปลอกหุ้มเอ็นโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่มีความปลอดภัยสูงและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

วิธีบริหารมืออย่างง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้นิ้วกลับมาล็อกซ้ำ

การบริหารมืออย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นให้มีความยืดหยุ่นดีอยู่เสมอ โดยแนะนำให้ทำบ่อยๆ ระหว่างวัน โดยเฉพาะหลังจากที่ต้องใช้งานมือต่อเนื่อง

  • ท่าบริหารยืดเส้นเอ็นงอนิ้ว: หงายมืออกมา จากนั้นใช้มืออีกข้างช่วยจับปลายนิ้วมือข้างที่มีอาการ แล้วค่อยๆ ดัดยืดนิ้วมือให้เหยียดตึงไปทางด้านหลังจนรู้สึกตึงบริเวณฝ่ามือและโคนนิ้ว ค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง
  • ท่าเหยียดนิ้วสู้แรง: สวมยางรัดของรอบนิ้วมือทั้ง 5 นิ้ว จากนั้นพยายามกางนิ้วมือออกต้านกับแรงยืดของยางรัด ค้างไว้ 5 วินาที แล้วปล่อย ทำซ้ำ 10 ครั้ง ท่านี้จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อที่ใช้เหยียดนิ้วมือ

อาการนิ้วล็อกแม้จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ก็สร้างความยากลำบากและลดคุณภาพชีวิตในการทำงานและใช้ชีวิตประจำวันไปอย่างมาก หากเริ่มมีอาการปวดตึงบริเวณโคนนิ้วมือ ควรเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยการพักการใช้งานและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันที หากอาการยังไม่ดีขึ้น การเข้ามาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนถึงขั้นต้องผ่าตัด และช่วยให้มือของเรากลับมาใช้งานได้อย่างลื่นไหลและมีความสุขในทุกๆ วัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down