ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

การติดเชื้อแบคทีเรียเอสเชอริเชียโคไล คืออะไรกันแน่

หลายคนอาจจะคุ้นหูชื่อเชื้อ E. coli หรือที่เรียกชื่อเต็มว่า เชื้อเอสเชอริเชียโคไล กันมาบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วแบคทีเรียชนิดนี้ปกติจะอาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์ที่มีสุขภาพดีส่วนใหญ่ แต่มันจะเป็นปัญหาใหญ่ก็ต่อเมื่อเราได้รับสายพันธุ์ที่ก่อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำดื่มที่ผ่านการปรุงไม่สุกหรือมีการปนเปื้อนของอุจจาระ ทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรงหรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้

ทำไมเราถึงติดเชื้อนี้ได้ง่ายเหลือเกิน

ช่องทางการได้รับเชื้อนี้มักเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว โดยส่วนใหญ่มาจากการกิน โดยเฉพาะอาหารกลุ่มต่อไปนี้ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • เนื้อวัวบดที่ไม่ผ่านการปรุงสุกเพียงพอ เพราะเชื้ออาจปนเปื้อนมาในขั้นตอนการชำแหละ
  • น้ำนมดิบหรือน้ำผลไม้ที่ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน
  • ผักสดหรือผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด โดยเฉพาะผักที่ใช้ปุ๋ยคอกหรือได้รับน้ำจากแหล่งที่มีการปนเปื้อน
  • น้ำดื่มที่ไม่สะอาดหรือการเล่นน้ำในแหล่งน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • การติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงหากล้างมือไม่สะอาดหลังจากเข้าห้องน้ำหรือสัมผัสสัตว์

สังเกตอาการผิดปกติที่เตือนว่าเราอาจได้รับเชื้อแล้ว

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วมักจะมีระยะฟักตัวตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหนึ่งสัปดาห์ อาการหลักๆ ที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • อาการปวดท้องแบบบิดเกร็งอย่างรุนแรง
  • ท้องเสียถ่ายเหลว ซึ่งในบางกรณีอาจเปลี่ยนเป็นถ่ายเป็นเลือดสด
  • มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย
  • อาจมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วยในผู้ป่วยบางราย

ส่วนใหญ่คนทั่วไปอาจหายได้เองภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าหากเริ่มมีอาการขาดน้ำรุนแรง ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หรือถ่ายเป็นเลือดมาก ต้องรีบมาพบแพทย์ทันทีโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลการติดเชื้อ

การป้องกันทำได้ไม่ยากหากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนที่เหมาะสม โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ต้องไม่มีสีชมพูหรือเลือดซึม
  • ล้างผักและผลไม้ให้สะอาดด้วยน้ำไหลผ่านเสมอ
  • แยกเขียงและมีดสำหรับหั่นเนื้อดิบออกจากอาหารที่พร้อมรับประทาน
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนเตรียมอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำที่ผ่านการต้มสุกเท่านั้น

เมื่อไหร่ที่อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และต้องไปหาหมอ

หากอาการท้องเสียของคุณมีลักษณะดังต่อไปนี้ ไม่ควรซื้อยาทานเองหรือรอดูอาการอยู่ที่บ้านเด็ดขาด

  • ถ่ายอุจจาระมีเลือดปนชัดเจน
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
  • อาเจียนบ่อยจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือทานยาได้
  • มีสัญญาณภาวะขาดน้ำ เช่น หน้ามืด เวียนศีรษะ ปัสสาวะไม่ออกมาหลายชั่วโมง

การรักษาหลักในปัจจุบันเน้นไปที่การประคับประคองอาการ เช่น การดื่มสารละลายเกลือแร่เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและแร่ธาตุ ส่วนการใช้ยาปฏิชีวนะมักไม่แนะนำในทุกกรณี เนื่องจากอาจทำให้อาการแย่ลงหรือส่งผลต่อการปล่อยสารพิษของเชื้อมากขึ้น การพบแพทย์เพื่อประเมินอาการอย่างถูกต้องจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down