ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมความหวังดีในการจัดตารางชีวิตลูกถึงกลายเป็นดาบสองคม

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักมีความตั้งใจอยากให้ลูกเติบโตมาเป็นคนเก่งและมีระเบียบวินัย จึงพยายามจัดตารางเวลาทุกอย่างไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นตารางเรียน ตารางเล่น หรือแม้แต่กิจวัตรส่วนตัวในแต่ละวัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับพบว่าลูกดูเหมือนจะขาดทักษะในการจัดการตัวเองหรือตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองไม่ได้เลย ความกังวลใจในห้องตรวจมักวนเวียนอยู่กับคำถามที่ว่าทำไมลูกถึงดูขาดแรงจูงใจและดูพึ่งพาผู้ใหญ่มากเกินไป

ผลกระทบจากการเลี้ยงดูแบบจัดระเบียบชีวิตลูกจนเกินพอดี

การจัดตารางที่แน่นขนัดเกินไปส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในหลายมิติ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นใจและการรู้จักคิดวิเคราะห์ ดังนี้

  • ทักษะการตัดสินใจที่ถดถอย เมื่อมีคนคอยขีดเส้นให้เดินตลอดเวลา สมองของเด็กจะไม่ได้ฝึกฝนการประเมินสถานการณ์หรือตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมด้วยตนเอง ทำให้เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง เด็กจะเกิดความสับสนและไม่กล้าตัดสินใจ
  • ความคิดสร้างสรรค์ลดลง อิสระคือเชื้อเพลิงของจินตนาการ การถูกตีกรอบด้วยเวลาที่ตายตัวทำให้เด็กขาดพื้นที่ในการลองผิดลองถูกหรือสร้างกิจกรรมใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากตารางที่กำหนดไว้
  • ความอดทนต่อความผิดหวังน้อยลง การมีทุกอย่างเตรียมไว้ให้อย่างราบรื่นทำให้เด็กคุ้นชินกับความสบาย เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามแผน เด็กจะรับมือกับอารมณ์ความผิดหวังได้ยากกว่าปกติ

สัญญาณที่บอกว่าเรากำลังจัดระเบียบชีวิตลูกมากเกินไป

หากสังเกตเห็นพฤติกรรมต่อไปนี้ อาจถึงเวลาที่ต้องลองปรับลดการควบคุมลงบ้าง

ลูกไม่กล้าเริ่มทำอะไรหากไม่มีคำสั่ง

หากลูกเป็นประเภทที่ต้องรอให้บอกก่อนว่าถึงเวลาทำอะไร ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าต้องทำกิจวัตรประจำวันเดิมๆ แสดงว่าลูกกำลังเคยชินกับการเป็นผู้ตามมากกว่าการเป็นผู้จัดการชีวิตตนเอง

ลูกดูเหนื่อยล้าหรือขาดความกระตือรือร้น

ตารางกิจกรรมที่แน่นเกินไปอาจทำให้เด็กเกิดภาวะหมดไฟตั้งแต่อายุยังน้อย การมีชีวิตที่ถูกกำหนดโดยตารางเวลาอาจทำให้ลูกรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นภาระมากกว่าสิ่งที่ควรได้รับความสุข

ปรับสมดุลใหม่ให้ลูกเติบโตอย่างอิสระและมีความรับผิดชอบ

การปรับเปลี่ยนไม่จำเป็นต้องทิ้งระเบียบวินัยไปทั้งหมด แต่คือการเปลี่ยนจากการจัดทุกอย่างให้ เป็นการให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดการตนเอง

  • คืนอิสระในช่วงเวลาว่าง ปล่อยให้ลูกมีเวลาที่ไม่มีกิจกรรมบังคับ เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ที่จะเลือกสิ่งที่อยากทำเอง
  • ให้โอกาสลูกลองวางแผนเอง ลองถามความเห็นลูกว่าอยากจัดการกิจวัตรประจำวันอย่างไร เช่น การจัดกระเป๋าไปโรงเรียนหรือการทำงานบ้าน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของหน้าที่นั้นๆ
  • ยอมให้เกิดความผิดพลาดเล็กน้อย การปล่อยให้ลูกลืมของบ้าง หรือลองจัดการปัญหาด้วยวิธีของตัวเองบ้าง คือบทเรียนสำคัญที่สอนให้เขารู้จักการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าการมีผู้ปกครองคอยเตือนอยู่ตลอดเวลา

หัวใจสำคัญคือการเดินสายกลาง ระหว่างการมีวินัยกับการมีพื้นที่เติบโต เพราะเป้าหมายสูงสุดของการเลี้ยงลูกไม่ใช่การสร้างหุ่นยนต์ที่ทำตามคำสั่งได้สมบูรณ์แบบ แต่คือการสร้างมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถดูแลชีวิตตนเองได้อย่างมีความสุขในวันที่พ่อแม่ไม่อยู่เคียงข้าง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down