ลูกเป็นผดหรือแพ้กันนะ? ปัญหาปวดใจของพ่อแม่มือใหม่
เวลาเห็นผิวเนียนๆ ของลูกน้อยเริ่มมีเม็ดแดงขึ้นมาทีไร หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องร้อนใจทุกที ยิ่งอากาศบ้านเราเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน เดี๋ยวแอร์ เดี๋ยวพัดลม เดี๋ยวผื่นร้อนเดี๋ยวผื่นแพ้ก็ขึ้นมาทักทายจนแยกไม่ออกว่าตกลงลูกเป็นอะไรกันแน่
ในฐานะหมอเด็กที่ตรวจรักษาเจ้าตัวเล็กอยู่ทุกวัน คำถามยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ที่ได้ยินเสมอคือ ลูกเป็นผดทั่วไปหรือว่ากำลังแพ้อะไรอยู่ อาการทั้งสองอย่างนี้ดูผิวเผินอาจจะคล้ายกันมากจนชวนสับสน แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้เราแยกแยะได้ไม่ยากเลย วันนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่นำไปสังเกตอาการของลูกน้อยที่บ้านได้ด้วยตัวเอง
ทำความรู้จักผดร้อน ผื่นธรรมดาที่มากับอากาศเมืองร้อน
เริ่มต้นด้วยเรื่องใกล้ตัวอย่างผด หรือที่เรียกกันติดปากว่าผดร้อน เจ้าตัวนี้เกิดจากท่อต่อมเหงื่อในผิวหนังของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ พอเจออากาศร้อน อบอ้าว หรือใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป เหงื่อระบายออกไม่ทัน ก็เลยไปอุดตันใต้ผิวหนังจนกลายเป็นตุ่มใสๆ แดงๆ ขึ้นมา
ลักษณะเด่นของผดทั่วไปมีดังนี้
- มักพบบริเวณที่มีเหงื่อออกง่าย เช่น หน้าผาก ซอกคอ แผ่นหลัง หน้าอก หรือบริเวณที่เสื้อผ้ารัดแน่น
- ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสเม็ดเล็กๆ หรือตุ่มแดงกระจายตัว
- ลูกอาจจะมีอาการคันยิบๆ หรือรำคาญเวลาเหงื่อออก
- อาการจะดีขึ้นทันทีเมื่อพาไปอยู่ในที่อากาศเย็น ถอดเสื้อผ้าให้ระบายอากาศได้ดี หรือผิวแห้งสบาย
เจาะลึกผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาการกวนใจที่มักมีเรื่องกรรมพันธุ์มาเกี่ยวข้อง
ทีนี้มาดูฝั่งของ ความแตกต่างระหว่างภูมิแพ้และผด กันบ้าง ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก (Atopic Dermatitis) มีกลไกที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เกราะป้องกันผิวหนังอ่อนแอ สูญเสียความชุ่มชื้นง่าย ทำให้สารระคายเคืองหรือสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ผิวได้ง่ายจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง
จุดสังเกตสำคัญของผื่นภูมิแพ้ ได้แก่
- ตำแหน่งที่ขึ้นจะค่อนข้างจำเพาะ เช่น แก้ม ข้อพับแขน ข้อพับขา ข้อมือ หรือข้อเท้า
- ลักษณะผื่นจะแห้ง แดง มีอาการคันมากเป็นพิเศษ จนลูกอาจจะเกาจนผิวถลอกหรือมีน้ำเหลืองซึม
- มักเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง ไม่หายไปง่ายๆ แค่ปรับอุณหภูมิห้องเหมือนผด
- มักมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือแพ้อากาศร่วมด้วย
วิธีสังเกตง่ายๆ เพื่อแยกแยะให้ชัวร์ก่อนดูแลต่อ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองใช้หลักการสังเกตง่ายๆ 3 ข้อนี้ในการประเมินผิวของลูก
1. ดูตำแหน่งที่เกิดผื่น
ถ้าขึ้นตามซอกคอ แผ่นหลัง หรือที่ร่มผ้าตอนอากาศร้อนจัด มักเป็นผด แต่ถ้าขึ้นที่แก้มด้านนอก หรือตามข้อพับแขนข้อพับขา ให้สงสัยเรื่องผื่นภูมิแพ้ไว้ก่อน
2. สังเกตความรู้สึกของลูก
ผดมักจะแค่คันยิบๆ รำคาญเบาๆ แต่ถ้าเป็นผื่นภูมิแพ้ ลูกจะคันมากจนหงุดหงิด นอนไม่หลับ พยายามถูไถตัวกับที่นอนหรือเสื้อผ้าตลอดเวลา
3. ตอบสนองต่อการดูแลเบื้องต้นอย่างไร
ผดทั่วไปแค่พาเข้าห้องแอร์ อาบน้ำสะอาด และทาแป้งฝุ่นให้น้อยลง (หรือเลี่ยงไปเลย) ผื่นก็ยุบหายไปเองภายในไม่กี่วัน แต่ผื่นภูมิแพ้ต่อให้อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ผื่นก็ยังอยู่และมักต้องอาศัยการทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นสูงช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว
วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกมีผื่นขึ้น
ไม่ว่าลูกจะเป็นผดหรือผื่นภูมิแพ้ หลักการดูแลเบื้องต้นมีความคล้ายคลึงกันในแง่ของการรักษาความสะอาดและความชุ่มชื้นของผิว
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารเคมีรุนแรง และไม่ควรใช้น้ำอุ่นจัดอาบน้ำให้ลูกเพราะจะทำให้ผิวแห้งยิ่งขึ้น
- หลังอาบน้ำเสร็จภายในสามนาที ให้รีบชโลมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ชนิดครีมหรือขี้ผึ้งที่ปราศจากน้ำหอม เพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิว
- สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อผ้าฝ้ายธรรมชาติโปร่งสบาย ไม่หนาและไม่รัดแน่นจนเกินไป
- ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเกาจนผิวเกิดแผลติดเชื้อลุกลาม
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์ผิวหนังเด็ก
แม้ว่าผดและผื่นแพ้ส่วนใหญ่จะดูแลเบื้องต้นได้ที่บ้าน แต่มีบางสถานการณ์ที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่ตรงจุด
หากสังเกตพบว่าผื่นลุกลามกระจายทั่วตัวอย่างรวดเร็ว ผิวหนังบวมแดงร้อน มีตุ่มหนอง มีน้ำเหลืองไหลซึม หรือลูกมีไข้ร่วมด้วย แสดงว่าอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน นอกจากนี้ หากลูกคันมากจนรบกวนการนอนหลับและการใช้ชีวิตประจำวัน หรือดูแลเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดและรับยาทาเฉพาะที่ที่เหมาะสม เช่น ยาสเตียรอยด์อ่อนๆ สำหรับทาเฉพาะกิจภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด