ลูกกินนมแม่อย่างเดียว แต่ทำไมถึงมีอาการเหมือนคนแพ้อาหาร
เวลาที่คุณแม่ป้อนนมลูกด้วยตัวเองทุกมื้อ สิ่งที่เรามักจะมั่นใจที่สุดคือลูกจะได้รับสารอาหารที่สะอาดและปลอดภัยที่สุด แต่ในความเป็นจริง หมอกลับเจอคุณแม่หลายท่านพาเจ้าตัวเล็กมาปรึกษาด้วยปัญหาผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ถ่ายมีมูกเลือด หรือร้องกวนไม่ยอมนอน โดยที่ลูกกินนมแม่อย่างเดียวไม่มีอาหารเสริมอะไรเลย พอมาไล่เรียงประวัติกันดู ถึงได้รู้ว่าต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวนมแม่โดยตรง แต่อยู่ที่อาหารโปรดที่คุณแม่กินเข้าไปแล้วส่งผ่านน้ำนมไปสะสมจนเกิดเป็นอาการแพ้อาหารแฝงในทารกที่กินนมแม่ต่างหาก
กลไกเบื้องหลัง โปรตีนเจ้าปัญหาหลุดรอดไปถึงลูกได้อย่างไร
หลายคนสงสัยว่า อาหารที่แม่กินเข้าไปมันจะไปถึงลูกได้ยังไง คำตอบคือระบบย่อยอาหารของแม่จะย่อยอาหารให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ แล้วดูดซึมเข้ากระแสเลือด แต่บางครั้งโปรตีนบางชนิดที่มีโครงสร้างซับซ้อนและย่อยยาก เช่น โปรตีนนมวัว ไข่ ถั่วเหลือง หรือแป้งสาลี อาจเล็ดลอดผ่านผนังลำไส้ของคุณแม่เข้าสู่กระแสเลือดในสภาพที่เป็นโมเลกุลขนาดใหญ่พอสมควร เมื่อสารเหล่านี้ถูกนำไปสร้างเป็นน้ำนมแม่ เจ้าตัวเล็กที่ระบบลำไส้ยังพัฒนาไม่เต็มที่และมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก จึงมองโปรตีนเหล่านี้ว่าเป็นผู้แปลกปลอมและกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แสดงอาการแพ้ออกมา
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่ฟ้องว่าลูกกำลังเผชิญกับอาการแพ้อาหารแฝง
อาการแพ้อาหารแฝงจะไม่เหมือนกับการแพ้อย่างเฉียบพลันที่จะมีผื่นขึ้นทันทีหลังกิน แต่มันจะค่อยเป็นค่อยไปและเรื้อรังจนคุณแม่ปวดหัว สัญญาณที่หมอพบได้บ่อยมีดังนี้
- ผิวหนังฟ้องโรค: ลูกมีผื่นแดง ผื่นแห้งคันตามแก้ม ข้อพับ หรือผิวหนังอักเสบคล้ายโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาดสักที
- ระบบทางเดินอาหารปั่นป่วน: ลูกแหวะนมบ่อยมาก ท้องอืด แน่นท้อง ผายลมบ่อย ถ่ายเหลวมีมูกปน หรือในเคสที่เป็นมากอาจเห็นมีเลือดปนออกมาในอุจจาระ
- พฤติกรรมเปลี่ยนไป: ลูกงอแงตลอดเวลาโดยหาสาเหตุไม่ได้ นอนหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นง่าย เหมือนเด็กที่รู้สึกไม่สบายตัวตลอดเวลาจากอาการปวดท้องเรื้อรัง
อาหารกลุ่มเสี่ยงตัวการหลักที่คุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษ
แม้ว่าลูกจะไม่ได้กินอาหารเหล่านั้นโดยตรง แต่โปรตีนจากอาหารที่แม่กินในชีวิตประจำวันนี่แหละคือจำเลยสำคัญ อาหารกลุ่มที่มักกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้อาหารแฝงได้บ่อยที่สุด ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์จากนมวัว: ไม่ว่าจะเป็นนมวัว เนย ชีส โยเกิร์ต หรือแม้แต่นมวัวที่แฝงอยู่ในขนมปังและเบเกอรี่
- ไข่ไก่และไข่เป็ด: ทั้งไข่ดาว ไข่เจียว และส่วนผสมของไข่ในอาหารแปรรูป
- ถั่วเหลืองและอาหารทะเล: น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ ซีอิ๊ว หรืออาหารทะเลบางชนิดที่แม่ทานในปริมาณมาก
- แป้งสาลีและกลูเตน: บะหมี่ ขนมปัง และผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลีทั่วไป
วิธีดูแลและจัดการปัญหาเมื่อลูกแพ้อาหารแฝงผ่านนมแม่
เมื่อมั่นใจว่าลูกมีอาการแพ้อาหารแฝง สิ่งแรกที่หมอจะแนะนำไม่ใช่การให้หยุดให้นมแม่เด็ดขาด แต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณแม่เอง
การงดอาหารกลุ่มเสี่ยงชั่วคราวเพื่อดูการตอบสนอง
คุณแม่จะต้องงดการทานอาหารกลุ่มเสี่ยงหลักๆ เช่น นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนม เป็นเวลาประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและระบบขับถ่ายของลูก หากอาการของลูกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นแปลว่าเรามาถูกทางแล้ว
การจดบันทึกรายการอาหาร
การทำไดอารี่อาหารช่วยได้มาก ให้คุณแม่จดทุกอย่างที่กินเข้าไปในแต่ละวันควบคู่ไปกับอาการของลูกในวันนั้นๆ จะทำให้เราหาตัวการที่แท้จริงได้ง่ายขึ้นว่าลูกแพ้โปรตีนจากอะไรกันแน่
เมื่อไหร่ที่ควรพาเจ้าตัวเล็กไปปรึกษากุมารแพทย์ด้านภูมิแพ้
ถ้าคุณแม่ลองงดอาหารกลุ่มเสี่ยงด้วยตัวเองแล้ว อาการของลูกยังไม่ดีขึ้น หรือน้องมีอาการรุนแรง เช่น น้ำหนักตัวไม่เพิ่มตามเกณฑ์ มีเลือดปนในอุจจาระปริมาณมาก หรือมีอาการซีดร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยไว้เด็ดขาด ควรพาไปพบกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และระบบทางเดินอาหาร เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนโภชนาการสำหรับคุณแม่ให้นมบุตรอย่างปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารครบถ้วนและเติบโตสมวัยโดยที่คุณแม่ยังคงสามารถให้นมแม่ต่อไปได้ยาวนานที่สุด