ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกร้องกระจองอแงเวลาต้องห่างกัน นี่คือสัญญาณของภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากผู้ปกครองใช่ไหม

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักพบปัญหาลูกน้อยร้องไห้โยเยไม่ยอมห่าง โดยเฉพาะเวลาต้องไปส่งที่โรงเรียน หรือเวลาที่เราต้องเดินออกจากห้องไปทำธุระเพียงชั่วครู่ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรือนิสัยเอาแต่ใจของเด็กเสมอไป แต่มันคือ ภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากผู้ปกครอง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Separation Anxiety ซึ่งถือเป็นพัฒนาการทางอารมณ์ขั้นพื้นฐานที่เกิดขึ้นได้ตามวัย

ทำไมลูกถึงดูหวาดกลัวเวลาที่เราหายไป

ในมุมมองของเด็กเล็ก การที่พ่อแม่หายไปจากสายตาเปรียบเสมือนการสูญหายไปจากโลกนี้จริงๆ เนื่องจากพัฒนาการทางสมองด้านความจำและการเข้าใจเรื่องเวลาของเขายังไม่สมบูรณ์ เมื่อเขาจำได้แล้วว่าใครคือคนที่ดูแลเขาเป็นหลัก เมื่อคนนั้นหายไป ความกลัวจึงเกิดขึ้นเป็นธรรมดา โดยส่วนใหญ่มักเริ่มแสดงอาการชัดเจนในช่วงอายุ 8-12 เดือน และมักจะค่อยๆ หายไปเองเมื่อเขาเริ่มโตและเข้าใจว่าพ่อแม่จะกลับมาเสมอ

สังเกตอาการอย่างไรว่าลูกอยู่ในภาวะนี้

อาการของเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะสังเกตเห็นพฤติกรรมหลักๆ ดังนี้:

  • ร้องไห้งอแงเสียงดังทันทีเมื่อรู้ว่าต้องแยกจากกัน
  • เกาะติดพ่อแม่ไม่ยอมห่าง หรือพยายามตามไปทุกที่ที่ไป
  • มีอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวคนแปลกหน้าอย่างเห็นได้ชัด
  • นอนหลับยากขึ้น หรือมักสะดุ้งตื่นมาร้องหาพ่อแม่ในตอนกลางคืน

วิธีรับมือเมื่อลูกเริ่มมีอาการติดเราแจ

การจัดการกับความกังวลของลูกต้องใช้ความใจเย็นและความสม่ำเสมอเป็นสำคัญ คุณพ่อคุณแม่สามารถลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ได้ครับ:

  • ฝึกแยกกันทีละน้อย: เริ่มจากเวลาสั้นๆ ในบ้าน เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่าการจากไปนั้นเป็นเพียงชั่วคราว
  • บอกลาให้ชัดเจน: อย่าใช้วิธีแอบหนีตอนลูกเผลอ เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกไม่ปลอดภัยและระแวงมากขึ้นเมื่อต้องห่างกัน
  • สร้างความมั่นใจ: ยืนยันกับลูกสั้นๆ ว่าเราจะกลับมาเมื่อไหร่ โดยอ้างอิงกับกิจกรรมที่เขาเข้าใจ เช่น กลับมารับหลังทานข้าวเสร็จ
  • มอบสิ่งของแทนใจ: ให้ตุ๊กตาตัวโปรดหรือผ้าผืนที่เขาคุ้นเคยอยู่กับตัว เพื่อช่วยสร้างความอุ่นใจเมื่อไม่ได้อยู่กับเรา

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ

แม้ภาวะนี้จะเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการ แต่หากอาการเหล่านั้นรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก เช่น ลูกไม่ยอมทานอาหาร ไม่ยอมเล่นกับเพื่อนเลย หรือร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานานจนส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจในระยะยาว การปรึกษากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจะเป็นทางออกที่ช่วยให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคงขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down