ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกร้องไห้หนักเวลาต้องห่างจากเรา เป็นเรื่องผิดปกติไหม?

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านไปทำงาน หรือเพียงแค่เดินแยกตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วลูกน้อยวัยเตาะแตะแสดงอาการร้องไห้งอแงอย่างหนักราวกับโลกจะแตกสลาย อาการเหล่านี้ทำให้คนเป็นพ่อแม่รู้สึกกังวลและใจหายได้ง่าย ความจริงแล้ว ภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากผู้ปกครอง หรือ Separation Anxiety ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ แต่มันคือพัฒนาการตามวัยที่บอกว่าลูกกำลังเรียนรู้ที่จะสร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นกับคนเลี้ยงดู

ช่วงวัยไหนที่ลูกมักจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจน?

โดยปกติแล้ว อาการนี้มักจะเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6-8 เดือน และจะเห็นชัดมากในช่วงอายุ 10-18 เดือน ซึ่งเป็นวัยที่เด็กเริ่มเข้าใจแล้วว่าคนเลี้ยงดูคือความปลอดภัยสูงสุดของเขา เมื่อเราหายไปจากสายตา เขาจะรู้สึกไม่มั่นคงและกลัวว่าจะไม่มีใครกลับมาดูแล ความกังวลนี้อาจค่อยๆ ลดลงเมื่อเด็กโตขึ้นและเข้าใจเรื่องของเวลาและการกลับมามากขึ้น

สัญญาณเตือนที่บอกว่าลูกกำลังมีภาวะวิตกกังวล

  • ร้องไห้เสียงดังหรือแสดงอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นผู้ปกครองจะเดินออกไปไหน
  • เกาะติดตัวคุณพ่อคุณแม่แน่น ไม่ยอมห่างแม้แต่วินาทีเดียว
  • มีอาการนอนหลับยากขึ้น หรือตื่นขึ้นมาร้องไห้กลางดึกเพราะมองหาพ่อแม่
  • ปฏิเสธคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่คุ้นเคยอย่างรุนแรง

วิธีรับมือเมื่อลูกร้องงอแงเวลาต้องแยกจากกัน

การจัดการกับภาวะนี้ต้องอาศัยความเข้าใจและความใจเย็นเป็นหลัก เพื่อช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นใจว่า ต่อให้เราหายไปเดี๋ยวเราก็จะกลับมาหาเขาเสมอ

  • ฝึกแยกตัวช่วงสั้นๆ: เริ่มจากการบอกลาด้วยท่าทีที่นิ่งและเป็นธรรมชาติ อย่าแอบหนีไปเพราะจะทำให้ลูกระแวงมากขึ้นเมื่อคุณไม่อยู่
  • สร้างพิธีกรรมบอกลา: เช่น การจุ๊บแก้มหรือการโบกมือลาในรูปแบบเดิมทุกครั้ง เพื่อให้เขารู้สึกว่านี่คือส่วนหนึ่งของกิจวัตร
  • ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอ: พยายามรักษาระยะเวลาในการกลับมาให้ตรงกับที่สัญญาไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเด็ก
  • เตรียมของเล่นแทนใจ: หากต้องฝากลูกไว้กับญาติหรือพี่เลี้ยง การมีตุ๊กตาตัวโปรดหรือผ้าผืนที่ลูกคุ้นเคยจะช่วยลดความรู้สึกว้าเหว่ลงได้

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปปรึกษาคุณหมอ?

แม้ภาวะนี้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากลูกแสดงอาการรุนแรงเกินกว่าวัย หรือมีพฤติกรรมที่ขัดขวางการใช้ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น ไม่สามารถเล่นกับเพื่อนได้เลย หรือมีอาการทางกาย เช่น ปวดท้อง อาเจียน หรือฝันร้ายรุนแรงจนเสียสุขภาพจิต คุณพ่อคุณแม่อย่าลังเลที่จะปรึกษากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อหาทางช่วยเหลืออย่างถูกวิธีและสร้างความมั่นใจให้แก่ครอบครัว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down