ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจเรื่องสายสวนปัสสาวะให้มากขึ้น

หลายคนเมื่อต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือมีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถปัสสาวะเองได้ คุณหมอมักจะแนะนำให้ใส่สายสวนปัสสาวะ หลายคนอาจรู้สึกกังวลหรืออึดอัดกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ หมออยากให้เข้าใจก่อนว่า แม้สายสวนปัสสาวะจะเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตและช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปตามปกติในยามเจ็บป่วย แต่มันก็มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายสวนปัสสาวะได้หากดูแลไม่ถูกวิธี

ทำไมการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะถึงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง

ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดคือการติดเชื้อ เนื่องจากการใส่สายสวนเป็นการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย ซึ่งอาจนำพาแบคทีเรียจากภายนอกเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น อาการที่บ่งบอกว่าเริ่มมีการติดเชื้อ ได้แก่:

  • มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกไม่สบายตัว
  • ปัสสาวะมีสีขุ่น หรือมีเลือดปนออกมา
  • มีอาการปวดท้องน้อยหรือปวดหลัง
  • ปัสสาวะไหลไม่สะดวกหรือมีตะกอนอุดตันในสาย

อุบัติเหตุจากการดึงรั้งและอาการบาดเจ็บของท่อปัสสาวะ

อีกหนึ่งปัญหาที่หมอพบได้บ่อย คือการที่สายสวนถูกกระชากหรือดึงรั้งโดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นจากการลุกนั่งผิดจังหวะ หรือการเคลื่อนไหวตัวแรงๆ ซึ่งอาจทำให้ท่อปัสสาวะได้รับบาดเจ็บหรือเกิดแผลภายในได้ ในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดพังผืดที่ท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะลำบากในอนาคต ดังนั้น การยึดสายสวนให้แน่นหนาและระมัดระวังเวลาขยับตัวจึงสำคัญมาก

วิธีดูแลรักษาความสะอาดเพื่อลดความเสี่ยง

การป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ดีที่สุดคือเรื่องของสุขอนามัย คุณควรดูแลรักษาความสะอาดบริเวณจุดที่สายสวนออกมาจากร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำสะอาดหรือน้ำสบู่อ่อนๆ ล้างเบาๆ อย่างน้อยวันละสองครั้ง ที่สำคัญคือต้องล้างมือก่อนและหลังสัมผัสถุงปัสสาวะทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากมือเราหลุดเข้าไปในสาย

ท่านอนและตำแหน่งถุงปัสสาวะที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

ตำแหน่งของถุงรองรับปัสสาวะมีผลอย่างมากต่อการไหลเวียนของน้ำปัสสาวะ หมอมักจะย้ำเสมอว่าต้องวางถุงปัสสาวะให้ต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะของคนไข้เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำปัสสาวะไหลย้อนกลับ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อที่รุนแรง นอกจากนี้ต้องหมั่นตรวจสอบไม่ให้สายหักพับหรือบิดงอ เพราะถ้าปัสสาวะค้างอยู่ในสาย แรงดันที่เกิดขึ้นจะทำให้อาการปวดท้องน้อยแย่ลง

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบติดต่อหมอทันที

หากสังเกตพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ อย่ารอช้าให้รีบติดต่อพยาบาลหรือคุณหมอเจ้าของไข้ทันที:

  • ปัสสาวะไม่ออกหรือสายอุดตันเกินสองชั่วโมง
  • มีไข้สูง หนาวสั่นโดยหาสาเหตุอื่นไม่ได้
  • มีเลือดสดๆ ออกมาตามสายเป็นจำนวนมาก
  • รู้สึกปวดตึงหรือแน่นท้องน้อยอย่างรุนแรง
  • สายสวนหลุดออกมาเอง ห้ามพยายามใส่กลับเข้าไปด้วยตัวเองเด็ดขาด

การใส่สายสวนปัสสาวะไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเรามีความเข้าใจและใส่ใจเรื่องความสะอาดอย่างถูกต้อง หมอเชื่อว่าภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จะลดน้อยลงและคนไข้จะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down