ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมหมอถึงแนะนำให้ส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น

หลายคนมักมีความกังวลเมื่อได้ยินว่าต้องส่องกล้อง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการจุกเสียดแน่นท้องเรื้อรัง เรอเปรี้ยว หรือกลืนลำบาก การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น หรือที่เรียกกันว่า Gastroscopy เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่หมอจะสามารถมองเห็นสภาพภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นได้อย่างชัดเจนผ่านกล้องขนาดเล็กที่มีเลนส์ขยายภาพ วิธีนี้ไม่เพียงแต่ใช้ตรวจวินิจฉัยโรคได้แม่นยำกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป แต่ยังสามารถเก็บชิ้นเนื้อไปตรวจหรือทำการรักษาเบื้องต้นได้ทันที

ใครบ้างที่ควรเข้าพบหมอเพื่อพิจารณาการส่องกล้อง

อาการบางอย่างอาจดูเหมือนโรคกระเพาะธรรมดา แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่หาสาเหตุที่แท้จริง อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หมอมักจะพิจารณาให้คนไข้เข้ารับการตรวจในกรณีต่อไปนี้:

  • มีอาการแสบร้อนกลางอกหรือกรดไหลย้อนที่ไม่ดีขึ้นแม้จะกินยาแล้ว
  • มีอาการเจ็บหรือลำบากเวลาต้องกลืนอาหาร
  • มีประวัติอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระมีสีดำผิดปกติ
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการซีดร่วมด้วย
  • มีอาการปวดท้องที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนการตรวจ: ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

แนวทางการตรวจวินิจฉัยด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น เริ่มต้นจากการที่หมอจะให้ยาชาเฉพาะที่บริเวณลำคอ หรือใช้ยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์สั้นเพื่อให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายและไม่เจ็บปวดระหว่างตรวจ โดยทั่วไปใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 10 ถึง 20 นาทีเท่านั้น หมอจะสอดกล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กและยืดหยุ่นผ่านทางปากเข้าไปยังทางเดินอาหาร โดยในระหว่างนั้นคนไข้จะสามารถหายใจได้ตามปกติผ่านทางจมูก

การเตรียมตัวก่อนมาส่องกล้องเพื่อให้ผลตรวจแม่นยำ

หัวใจสำคัญของการตรวจคือสภาพภายในต้องสะอาดเพื่อให้หมอมองเห็นผนังกระเพาะอาหารได้ชัดเจน:

  • ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ถึง 8 ชั่วโมงก่อนเวลานัดหมาย เพื่อป้องกันการสำลักขณะตรวจและช่วยให้หมอเห็นแผลหรือความผิดปกติได้ถนัด
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัว โดยเฉพาะหากเป็นโรคหัวใจ โรคปอด หรือกำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่
  • ควรมีญาติมาด้วยหนึ่งคนเพื่อช่วยดูแลระหว่างเดินทางกลับ เนื่องจากหลังได้รับยานอนหลับคนไข้อาจมีอาการมึนงงได้ชั่วคราว

หลังตรวจเสร็จ ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

เมื่อการตรวจสิ้นสุดลง คนไข้จะพักฟื้นในห้องสังเกตอาการจนกว่าฤทธิ์ยานอนหลับจะหมดไป ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในช่วงแรกอาจรู้สึกระคายเคืองคอหรือมีลมในท้องบ้างเนื่องจากลมที่หมอเป่าเข้าไปเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน อาการเหล่านี้จะหายไปเองได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง สิ่งสำคัญที่สุดคือการรอให้ความรู้สึกชาในลำคอหายไปก่อนที่จะเริ่มจิบน้ำหรือรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการสำลัก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down