ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ายาที่กินประจำส่งผลต่อฮอร์โมน

เวลาที่หมอตรวจร่างกายคนไข้แล้วพบอาการผิดปกติเกี่ยวกับรอบเดือน น้ำหนักตัวที่ขึ้นลงผิดปกติ หรือแม้แต่อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง หมอมักจะถามถึงรายการยาที่ทานอยู่เป็นประจำเสมอ เพราะมีคนไข้หลายรายไม่ทันสังเกตว่า ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อฮอร์โมน อาจเป็นต้นตอของอาการที่กำลังเผชิญอยู่โดยที่เราคาดไม่ถึง

ยาที่คุณใช้อยู่ กำลังเข้าไปป่วนการทำงานของฮอร์โมนอย่างไร

ร่างกายเราเปรียบเสมือนระบบที่ทำงานเชื่อมโยงกันด้วยสารเคมีที่เรียกว่าฮอร์โมน เมื่อเรานำสารเคมีภายนอกหรือตัวยาบางกลุ่มเข้ามา ระบบนี้อาจถูกรบกวนได้ โดยกลไกหลักๆ มักเกิดจากยาเข้าไปรบกวนการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อ การแย่งจับกับตัวรับฮอร์โมนในเซลล์ หรือไปเร่งการสลายฮอร์โมนในตับ ทำให้ระดับฮอร์โมนในเลือดสูงขึ้นหรือต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น

กลุ่มยาที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ

ไม่ใช่ยาทุกชนิดที่ส่งผลต่อฮอร์โมน แต่ยาบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งหมอมักจะกำชับคนไข้ให้เฝ้าระวังอาการตัวเองเสมอหากต้องใช้ยาเหล่านี้ต่อเนื่อง:

  • กลุ่มยาสเตียรอยด์: ยานี้ถ้าใช้ในระยะยาวจะไปกดการทำงานของต่อมหมวกไต ทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนคอร์ติซอลเองได้น้อยลง
  • ยากลุ่มจิตเวชบางชนิด: ยาต้านเศร้าหรือยารักษาอาการทางจิตบางตัวอาจไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโปรแลกตินมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อรอบเดือนและการทำงานของระบบสืบพันธุ์
  • ยาคุมกำเนิด: เป็นยาที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อฮอร์โมนเพศ เพื่อยับยั้งการตกไข่ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนในร่างกายโดยตรง
  • ยารักษาโรคกระเพาะบางประเภท: ยาบางตัวที่ใช้ลดกรดอาจไปรบกวนการดูดซึมหรือการสลายฮอร์โมนบางชนิดหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

สังเกตตัวเองอย่างไรว่าฮอร์โมนกำลังมีปัญหา

ถ้าเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนไปหลังจากเริ่มกินยาตัวใหม่ ให้ลองสังเกตอาการเหล่านี้ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ายาที่ใช้อยู่มีผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน:

  • รอบเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดหายไปโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
  • มีอาการอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือซึมเศร้าผิดปกติ
  • ผิวพรรณเปลี่ยนแปลง เช่น เกิดสิวฮอร์โมน หรือผิวแห้งกร้าน
  • ความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

คำแนะนำจากหมอเพื่อความปลอดภัย

สิ่งที่หมออยากย้ำคือ อย่าเพิ่งหยุดยาเองด้วยความกังวลจนกว่าจะได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการจดบันทึกอาการที่เกิดขึ้น วันที่เริ่มทานยา และรวบรวมชื่อยาที่ใช้ทั้งหมดไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้หมอพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนขนาดยา หรือหาสิ่งทดแทนที่ส่งผลข้างเคียงน้อยกว่าหรือไม่ เพราะยาที่ถูกต้องคือยาที่รักษาโรคได้โดยไม่สร้างปัญหาใหม่ให้ร่างกายของเรานั่นเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down