ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเวลาเจ็บป่วย เราถึงรู้สึกหม่นหมองในใจ

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้โรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน หรือโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่องยาวนาน หมอมักจะเห็นความเงียบเหงาในแววตาของคนไข้ หลายคนมักพูดกับหมอว่า แค่โรคทางกายก็เหนื่อยพอแล้ว ทำไมยังรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ หรือนอนไม่หลับจนกลายเป็นความเครียดสะสม ผลกระทบทางจิตใจและภาวะซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องของคนอ่อนแอ แต่มันคือปฏิกิริยาตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายเราถูกรุมเร้าด้วยความเจ็บป่วย

สัญญาณเตือนที่บอกว่า จิตใจกำลังต้องการความช่วยเหลือ

คนไข้หลายท่านอาจคิดว่าตัวเองแค่เหนื่อยจากการรักษา แต่จริงๆ แล้วร่างกายและจิตใจกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ หากพบอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกินสองสัปดาห์ หมอแนะนำว่าไม่ควรนิ่งนอนใจ

  • รู้สึกเศร้า ท้อแท้ หรือร้องไห้ง่ายโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน
  • หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบทำ
  • นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไปจนเพลียทั้งวัน
  • กินไม่ได้ หรือกินมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
  • รู้สึกไร้ค่า หรือโทษตัวเองว่าเป็นภาระของคนอื่น

ทำไมความเจ็บป่วยถึงพาเราเข้าใกล้ภาวะซึมเศร้า

เมื่อร่างกายป่วย ระบบต่างๆ จะทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อสารเคมีในสมอง นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับอนาคต ค่าใช้จ่ายในการรักษา หรือการที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการใช้ชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกสูญเสียตัวตน เมื่อความเครียดเหล่านี้สะสมนานวันเข้า จึงกลายเป็นภาวะซึมเศร้าที่ซ่อนอยู่ใต้รอยแผลทางกาย

วิธีปรับใจให้สู้ แม้ร่างกายจะอ่อนล้า

การรักษาโรคทางกายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากจิตใจยังไม่ได้รับการดูแล หมออยากให้ลองปรับวิธีคิดและวิถีชีวิตดังนี้

  • เปิดใจพูดคุย: อย่าเก็บความกังวลไว้คนเดียว การระบายความรู้สึกกับคนใกล้ชิดหรือแพทย์ผู้ดูแลช่วยลดความอึดอัดในใจได้มาก
  • กำหนดเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวัน: ไม่ต้องมองไปไกลถึงการหายขาด ขอแค่ให้ผ่านวันด้วยกิจกรรมง่ายๆ ที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขก็พอ
  • ให้เวลากับการพักผ่อน: การนอนหลับที่มีคุณภาพคือยาที่ดีที่สุดสำหรับระบบประสาท
  • อย่าตัดสินตัวเอง: ความเจ็บป่วยไม่ใช่ความผิดของเรา ยอมรับความอ่อนแอในบางช่วงเวลาและให้โอกาสตัวเองได้พัก

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเฉพาะทาง

หากอาการเหล่านี้เริ่มรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต เช่น เริ่มคิดถึงเรื่องทำร้ายตัวเอง หรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ นี่คือสัญญาณเตือนขั้นวิกฤตที่ต้องปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทันที การได้รับยาปรับสมดุลสารเคมีในสมองควบคู่กับการทำจิตบำบัด ไม่ได้หมายความว่าเราป่วยทางจิตจนน่ากลัว แต่มันคือการใช้วิทยาศาสตร์ช่วยให้เรากลับมามีชีวิตที่สดใสและพร้อมสู้กับโรคทางกายได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down