หลายคืนที่ผ่านมา มีคนไข้หลายคนเดินเข้ามาบ่นให้ฟังในห้องตรวจด้วยอาการคล้ายๆ กัน นั่นคืออาการไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะเล็กน้อยตอนช่วงดึกใกล้รุ่ง พอตื่นเช้ามาก็คอแห้งเจ็บคอไปหมด พอลองซักประวัติลึกลงไปเรื่องสภาพแวดล้อมในบ้าน โดยเฉพาะในห้องนอน หลายคนมักมองข้ามเรื่องง่ายๆ อย่างความชื้นในอากาศไปสนิทเลยครับ
ในฐานะหมอ ผมมักจะบอกคนไข้เสมอว่า ห้องนอนไม่ใช่แค่สถานที่นอนหลับ แต่มันคือพื้นที่ปิดที่เราใช้เวลาหายใจร่วมเจ็ดถึงแปดชั่วโมงต่อวัน หากอากาศในห้องนั้นแห้งเกินไปหรือชื้นจนเกินพอดี เยื่อบุทางเดินหายใจของเราจะเริ่มประท้วง และแสดงออกมาด้วยการระคายเคืองจนเกิดอาการไอ
ทำไมอากาศในห้องนอนถึงทำให้เราไอตอนดึกๆ ได้?
เวลาที่เรานอนหลับ ร่างกายจะมีการหายใจทางปากหรือจมูกลึกขึ้น หากสภาพอากาศในห้องนอนไม่เหมาะสม เช่น เปิดแอร์เย็นจัดจนความชื้นสัมพัทธ์ดิ่งลงต่ำ อากาศที่แห้งมากๆ จะไปดึงความชุ่มชื้นออกจากเยื่อบุจมูกและลำคอโดยตรง ทำให้เกิดอาการคอแห้งผาก แสบคอ และกระตุ้นตัวรับความรู้สึกที่ทางเดินหายใจส่วนบน ส่งผลให้เราสะดุ้งตื่นขึ้นมาไอตอนตีสองตีสามอย่างไร้สาเหตุ
ในทางกลับกัน หากห้องมีความชื้นสูงเกินไปจนอับชื้น เจ้าไรฝุ่นและเชื้อรา ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของภูมิแพ้และอาการไอเรื้อรัง ก็จะเจริญเติบโตได้ดีเยี่ยม พอเราสูดสปอร์ของพวกนี้เข้าไปตอนนอน หลอดลมก็จะเกิดการอักเสบและหดเกร็ง กลายเป็นอาการไอเรื้อรังที่ไม่หายสักที
เช็คความชื้นในห้องนอนด้วยตัวเองง่ายๆ แบบไม่ต้องซื้อเครื่องมือแพง
ความชื้นที่เหมาะสมที่สุดภายในห้องนอนของคนเราควรจะอยู่ที่ประมาณ 50 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นระดับที่เยื่อบุทางเดินหายใจทำงานได้ดีที่สุด ไม่แห้งเกินไปจนระคายเคือง และไม่ชื้นเกินไปจนเชื้อราขึ้น
เราสามารถสังเกตสัญญาณเตือนจากห้องนอนได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ดังนี้
- สัญญาณเตือนอากาศแห้งเกินไป: ตื่นมาแล้วคอแห้งผาก ริมฝีปากแห้งแตก ตื่นมาต้องรีบหากลืนน้ำตามทันที หรือตื่นมาพร้อมอาการคัดจมูกแน่นจมูกแบบไม่มีน้ำมูก
- สัญญาณเตือนอากาศชื้นเกินไป: มีกลิ่นอับชื้นในห้อง ผนังห้องหรือมุมห้องเริ่มมีคราบราดำ ฝาผนังหรือกระจกมีหยดน้ำเกาะตอนเช้า และมักจะมีอาการจามร่วมกับไอเวลาอยู่บนเตียง
วิธีปรับสภาพอากาศในห้องนอนเพื่อหยุดอาการไอเวลานอน
เมื่อเรารู้แล้วว่าปัญหามาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว การแก้ที่ต้นเหตุจึงได้ผลดีที่สุดและไม่ต้องทนกินยาแก้ไอไปตลอดชีวิตครับ
รับมือกับปัญหาห้องนอนแห้งเกินไปจากแอร์
สำหรับคนที่เปิดแอร์นอนทุกคืนและตื่นมาไอเพราะคอแห้ง การใช้เครื่องทำความชื้น หรือที่เรียกกันว่าฮิวมิดิไฟเออร์ (Humidifier) มาวางไว้ในห้องนอนช่วยได้มากทีเดียวครับ แต่ต้องหมั่นทำความสะอาดถังน้ำทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียหรือเชื้อราไปเติบโตในเครื่องแล้วพ่นออกมาเข้าปอดเราแทน หรืออีกวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการวางอ่างน้ำสะอาดไว้มุมห้องเพื่อช่วยระเหยเพิ่มความชื้นตามธรรมชาติ
จัดการความชื้นส่วนเกินเพื่อตัดวงจรภูมิแพ้และไรฝุ่น
ถ้าปัญหาคือห้องชื้นเกินไปจนมีกลิ่นอับและกระตุ้นอาการไอภูมิแพ้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการระบายอากาศ เปิดหน้าต่างรับแดดจัดในช่วงกลางวัน ล้างแผ่นกรองแอร์เป็นประจำ และอาจพิจารณาใช้เครื่องลดความชื้นในห้องที่มีความอับชื้นสูง นอกจากนี้การซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วยน้ำร้อนจัดเป็นประจำทุกสัปดาห์ ก็ช่วยลดจำนวนไรฝุ่นที่เป็นตัวการกระตุ้นอาการไอได้ดีมากๆ ครับ
อาการไอแบบไหนที่ปรับห้องนอนแล้วยังไม่หาย และควรมาพบแพทย์
แม้ว่าการจัดการความชื้นในห้องนอนจะช่วยบรรเทาอาการไอที่เกิดจากการระคายเคืองได้มาก แต่ถ้าทำตามวิธีข้างต้นแล้วอาการไอยังคงเป็นต่อเนื่องนานเกินสองสัปดาห์ หรือมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น มีไข้สูง ไอมีเสมหะสีเขียวเหลืองข้น หายใจมีเสียงหวีด หรือน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ แบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมในห้องนอนแล้วครับ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด เช่น ภาวะภูมิแพ้กำเริบ โรคหืด หรือกรดไหลย้อน เพื่อจะได้รักษาได้อย่างตรงจุดครับ