ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สัญญาณรบกวนในชีวิตประจำวัน ที่สมองเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับมือ

หลายคนมักบ่นว่ารู้สึกเพลียตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนักอะไรเป็นพิเศษ หรือบางคนรู้สึกว่าสมาธิสั้นลง ใจลอยง่าย หรือหงุดหงิดง่ายขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน จริงๆ แล้วร่างกายและจิตใจของเรากำลังเผชิญกับ ปัญหาความเครียดจากการปรับตัวของระบบประสาทเมื่อได้รับสัญญาณรบกวน ซึ่งเกิดจากสิ่งเร้ารอบตัวที่รุมเร้าเข้ามามากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเสียงแจ้งเตือนจากมือถือ แสงจากหน้าจอ หรือแม้แต่ตารางชีวิตที่เร่งรีบจนเกินไป

กลไกการทำงานของสมอง เมื่อเจอสิ่งกระตุ้นมากเกินขีดจำกัด

ระบบประสาทของเรามีกลไกที่เรียกว่า การปรับตัว (Adaptation) เพื่อคัดกรองข้อมูลสำคัญออกจากสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็น แต่เมื่อเราได้รับสัญญาณรบกวนมากเกินไป สมองส่วนควบคุมการตัดสินใจและอารมณ์จะเริ่มทำงานหนักเกินกำลัง (Overload) ส่งผลให้เกิดความล้าทางจิตใจ ซึ่งเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่เปิดโปรแกรมทิ้งไว้มากเกินไปจนเครื่องค้าง

ทำไมเราถึงรู้สึกตึงเครียดเมื่อถูกขัดจังหวะบ่อยๆ

เมื่อเรากำลังจดจ่อกับงานหนึ่งอยู่แล้วมีสัญญาณรบกวนแทรกเข้ามา ระบบประสาทต้องใช้พลังงานสูงมากในการสลับโหมดการทำงานและกลับมาตั้งหลักใหม่ หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ตลอดทั้งวัน สมองจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมามากขึ้น ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะตื่นตัวตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการเพลียสะสมและปวดหัวได้ง่าย

ปรับสมดุลระบบประสาทให้กลับมาพักผ่อนได้อีกครั้ง

การแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้หมายความว่าต้องหนีไปอยู่ป่า แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะจัดระเบียบสัญญาณที่เข้ามาหาเราให้ดีขึ้น:

  • ลดสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็น: ปิดการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันที่ไม่ได้สำคัญในระหว่างช่วงเวลาที่เราต้องการสมาธิ
  • ฝึกการทำสมาธิแบบกำหนดรู้: การฝึกดึงจิตใจกลับมาอยู่ที่ลมหายใจเพียงไม่กี่นาที ช่วยให้ระบบประสาทลดการตอบสนองต่อสัญญาณรบกวนรอบข้างได้ดีขึ้น
  • จัดเวลาพักสายตาและหู: ปล่อยให้สมองได้อยู่ในที่เงียบและมืดบ้างในแต่ละวัน เพื่อให้ระบบประสาทส่วนกลางได้พักการประมวลผล

อาการแบบไหนที่เตือนว่าระบบประสาทกำลังล้าเกินไปจนต้องพบแพทย์

แม้ความเครียดจากการปรับตัวจะเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ควรเริ่มมองหาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ:

  • นอนไม่หลับเรื้อรัง แม้จะพยายามผ่อนคลายแล้วก็ตาม
  • มีอาการใจสั่นหรือหายใจติดขัดเป็นพักๆ โดยตรวจไม่พบโรคทางกาย
  • อารมณ์แปรปรวนรุนแรงจนกระทบต่อความสัมพันธ์หรือการทำงาน
  • รู้สึกเหมือนสมองเบลอ (Brain Fog) ตลอดเวลาจนไม่สามารถจดจ่อกับงานง่ายๆ ได้

การเข้าใจกลไกของระบบประสาทตัวเอง คือก้าวแรกของการดูแลสุขภาพจิตที่ยั่งยืน อย่าฝืนทำงานภายใต้สัญญาณรบกวนที่มากเกินไปจนร่างกายต้องส่งสัญญาณเตือนเป็นอาการป่วยเลยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down