ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกแค่ซนหรือกำลังมีปัญหาเรื่องอารมณ์?

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักเดินเข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลใจว่า ทำไมลูกถึงมีอารมณ์รุนแรงผิดปกติ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางครั้งโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือดูซึมเศร้าผิดวิสัยเด็กวัยเดียวกัน ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการคิดว่านี่เป็นแค่พฤติกรรมดื้อรั้นตามวัย แต่ในทางการแพทย์ เราต้องพิจารณาให้ลึกไปถึง ภาวะอารมณ์แปรปรวนผิดปกติในเด็ก เพื่อแยกให้ออกว่าสิ่งนี้คือเรื่องของพัฒนาการ หรือเป็นสัญญาณเตือนจากระบบประสาทและจิตใจที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

ภาวะอารมณ์แปรปรวนผิดปกติในเด็ก คืออะไรกันแน่

ภาวะนี้ไม่ใช่แค่การที่เด็กเอาแต่ใจ แต่เป็นความยากลำบากในการจัดการกับอารมณ์ตัวเองอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ทั้งการเรียน การเข้าสังคม และความสัมพันธ์ในครอบครัว เด็กกลุ่มนี้มักจะมีอาการอารมณ์ระเบิดรุนแรงซ้ำๆ ไม่สัมพันธ์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือมีภาวะอารมณ์ที่คงอยู่ยาวนานเกินกว่าที่เด็กวัยเดียวกันจะเป็นกัน

เช็กสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรรู้

สังเกตง่ายๆ ว่าพฤติกรรมของลูกเริ่มเข้าข่ายน่ากังวลหรือไม่ โดยลองดูจากสัญญาณเหล่านี้:

  • อารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรงเกินเหตุ เช่น กรีดร้องทำลายข้าวของ หรือทำร้ายตัวเองและผู้อื่น
  • ความถี่ของการระเบิดอารมณ์เกิดขึ้นบ่อยเกินไปจนคนรอบข้างรับมือไม่ไหว
  • อารมณ์หงุดหงิดหรือเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลาแม้ไม่ได้มีเหตุการณ์มากระตุ้น
  • ผลการเรียนตกลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือแยกตัวออกจากเพื่อนฝูง
  • นอนหลับยาก หรือมีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ความแตกต่างระหว่างความเป็นเด็กกับภาวะที่ต้องรักษา

เด็กทุกคนมีโอกาสอารมณ์เสียเป็นเรื่องปกติ แต่ความต่างที่สำคัญคือ ระยะเวลาและความรุนแรง หากลูกหงุดหงิดแค่ชั่วคราวแล้วกลับมาคืนดีได้ตามวัย นั่นเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าการแสดงออกนั้นส่งผลให้เขาใช้ชีวิตปกติไม่ได้ หรือทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจในตัวเองบ่อยครั้ง นั่นคือจุดที่หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่หันมาใส่ใจและลองพาเด็กๆ มาพูดคุยเพื่อประเมินอาการร่วมกัน

เมื่อไหร่ที่ควรพามาปรึกษาคุณหมอ

อย่ารอให้ปัญหาบานปลายจนลูกรู้สึกเกลียดตัวเองหรือถูกมองว่าเป็นเด็กเกเร การมาพบแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นการช่วยให้ลูกมีเครื่องมือในการจัดการอารมณ์ตัวเองได้อย่างเหมาะสม คุณควรพาลูกมาพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อ:

  • พฤติกรรมส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของตัวเด็กเองหรือคนรอบข้าง
  • อาการอารมณ์แปรปรวนเป็นอุปสรรคต่อการไปโรงเรียนหรือการทำกิจกรรมต่างๆ
  • คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่ารับมือไม่ไหวและครอบครัวเริ่มตึงเครียดมากเกินไป

วิธีดูแลและรักษาเพื่อให้ลูกกลับมามีความสุข

การรักษาไม่ได้หมายถึงการจ่ายยาเสมอไป แต่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจถึงที่มาของอารมณ์ โดยคุณหมอจะทำงานร่วมกับครอบครัวผ่านหลายช่องทาง:

  • การทำจิตบำบัดเพื่อฝึกทักษะการจัดการอารมณ์ (CBT) ให้เด็กเข้าใจวิธีรับมือความโกรธหรือความเสียใจ
  • การให้คำปรึกษาแก่ครอบครัว เพื่อปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและวิธีการสื่อสารที่ช่วยลดการกระตุ้นอารมณ์
  • การประเมินปัจจัยทางกายภาพอื่นๆ เช่น ปัญหาเรื่องการนอนหรือสารเคมีในสมอง เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้ยาช่วยเสริมหรือไม่ในบางกรณี

ความเข้าใจจากคนในครอบครัวคือกุญแจดอกสำคัญที่สุดในการช่วยให้เด็กผ่านพ้นภาวะนี้ไปได้ การยอมรับและพร้อมจะปรับตัวไปพร้อมกับลูก คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down