ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเรียนไม่รู้เรื่องหรือจำไม่ได้ อาจไม่ได้แปลว่าเขาขี้เกียจ

หลายครั้งที่พ่อแม่มักกังวลเมื่อเห็นลูกเริ่มเรียนไม่ทันเพื่อน หรือจำบทเรียนไม่ได้เหมือนเดิม ทั้งที่พยายามสอนหรือส่งไปเรียนพิเศษแล้ว หลายคนอาจเผลอดุว่าลูกไม่ตั้งใจ แต่จริงๆ แล้วในทางการแพทย์ เราพบว่าความเครียดที่สะสมจนเกินขีดจำกัด สามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง ทำให้เกิด ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้จากความเครียด ซึ่งเป็นสภาวะที่สมองอยู่ในโหมดเอาตัวรอดจนไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับการจดจำข้อมูลใหม่ๆ

ความเครียดทำร้ายสมองส่วนความจำได้อย่างไร

เมื่อคนเราเผชิญกับความเครียดเรื้อรัง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติซอล ออกมาในปริมาณมาก ฮอร์โมนตัวนี้จะไปรบกวนการทำงานของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งเปรียบเสมือนคลังจัดเก็บความจำระยะสั้นและทำหน้าที่เปลี่ยนให้เป็นความจำระยะยาว เมื่อส่วนนี้ทำงานผิดปกติ ผลที่ตามมาคือ

  • สมาธิสั้นลง จดจ่อกับสิ่งที่เรียนได้ยาก
  • ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ลดลง
  • เกิดอาการสมองเบลอ เหมือนคนคิดอะไรไม่ออกเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์กดดัน

สัญญาณเตือนที่บอกว่าสมองกำลังล้าเกินไป

หากสังเกตว่าลูกเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเหล่านี้ ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากความเครียดสะสม

  • เริ่มไม่อยากไปโรงเรียน หรือมีอาการปวดท้อง ปวดหัวก่อนถึงเวลาเข้าเรียน
  • มีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห หรือร้องไห้ง่ายกว่าปกติ
  • ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่เคยทำได้ดี
  • นอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก

วิธีช่วยกู้คืนสมองและลดความเครียดให้ลูก

จัดสรรเวลาพักให้สมองได้หายใจ

การอัดตารางเรียนให้แน่นเกินไปคือกับดักสำคัญ ควรให้ลูกมีเวลาว่างที่ไม่ได้ทำกิจกรรมเชิงวิชาการบ้าง เช่น การวาดรูป การเล่นกีฬา หรือการออกไปเดินเล่น เพื่อให้สมองส่วนที่ทำงานหนักได้พักผ่อนและจัดระเบียบข้อมูลใหม่

สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย

รับฟังความกังวลของลูกโดยไม่ตัดสิน พยายามถามถึงความรู้สึกมากกว่าถามเรื่องคะแนนสอบ การที่เด็กๆ ได้ระบายความเครียดออกมา จะช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในเลือดลงได้จริง

ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้

ลดการกดดันเรื่องผลลัพธ์ แต่ให้เน้นไปที่ความพยายาม การสร้างบรรยากาศในบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งการสนับสนุน จะช่วยเปลี่ยนความรู้สึกต่อต้านการเรียนให้กลายเป็นความเข้าใจและอยากเรียนรู้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ

หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือพบว่าลูกมีอาการซึมเศร้า แยกตัวออกจากสังคม หรือมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง การพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ควรทำ เพื่อประเมินว่าภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้นี้เกิดจากปัจจัยทางจิตวิทยาหรือมีภาวะอื่นแทรกซ้อนหรือไม่ การวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้เด็กกลับมามีศักยภาพในการเรียนรู้ได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down