ช่วงเวลาที่ลูกน้อยลืมตาดูโลกเป็นวินาทีที่ครอบครัวรอคอยด้วยความตื่นเต้นและดีใจ แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หลายครั้งความกังวลก็ตามมาทันที โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ บนร่างกายของเจ้าตัวเล็ก เช่น ปลายมือปลายเท้าที่ดูคล้ำกว่าปกติ หรือบางครั้งก็กังวลว่าลูกจะหายใจได้ไม่เต็มที่ เรื่องของภาวะพร่องออกซิเจนและอาการตัวเขียวในทารกแรกเกิดจึงเป็นเรื่องที่หมออยากชวนมาทำความเข้าใจกันให้ถ่องแท้ เพื่อจะได้สังเกตอาการได้อย่างถูกต้องและไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป
ลูกตัวเขียวแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติและต้องระวัง
เวลาที่เราอุ้มเจ้าตัวเล็ก สิ่งแรกๆ ที่มักจะสังเกตคือสีผิวของลูก ทารกแรกเกิดโดยธรรมชาติอาจจะยังปรับตัวกับการหายใจนอกครรภ์มารดาได้ไม่เต็มที่นักในช่วงวันแรกๆ ทำให้เราอาจเห็นมือและเท้าของลูกมีสีออกม่วงคล้ำได้บ้าง ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกว่าภาวะตัวเขียวส่วนปลาย (Acrocyanosis) อาการแบบนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อลูกอยู่ในที่อากาศเย็น และสีผิวจะกลับมาเป็นปกติได้เองเมื่อลูกได้รับความอบอุ่นหรือมีเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น
แต่สิ่งที่หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตให้ดีและต้องระวังจริงๆ คืออาการตัวเขียวบริเวณส่วนกลาง (Central Cyanosis) ซึ่งหมายถึงการที่ริมฝีปาก ลิ้น เยื่อบุช่องปาก หรือบริเวณลำตัวของลูกมีสีม่วงคล้ำอย่างเห็นได้ชัด อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติและเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของทารกกำลังได้รับปริมาณออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน
ทำไมลูกถึงมีภาวะพร่องออกซิเจนและตัวเขียวหลังคลอด
การที่ทารกแรกเกิดมีภาวะพร่องออกซิเจนและแสดงอาการตัวเขียวออกมา เกิดขึ้นได้จากระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตที่ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เต็มที่ โดยสาเหตุหลักๆ ที่หมอพบได้บ่อยมักจะมาจากกลุ่มโรคและภาวะดังต่อไปนี้:
- ปัญหาจากระบบทางเดินหายใจ: เช่น ภาวะแทรกซ้อนจากการหายใจลำบากในทารกแรกเกิด ปอดขยายตัวได้ไม่ดี มีน้ำคร่ำค้างอยู่ในปอด หรือมีภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
- โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด: เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เลือดที่มีออกซิเจนต่ำไหลเวียนปะปนกับเลือดที่มีออกซิเจนสูง ทำให้เด็กมีอาการตัวเขียวเรื้อรังตั้งแต่วันแรกๆ
- ปัญหาจากการคลอด: เช่น ภาวะขาดออกซิเจนระหว่างคลอด สายสะดือพันคอ หรือการสำลักขี้เทา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมองและปอดของทารก
สัญญาณเตือนร่วมที่บอกว่าลูกกำลังขาดออกซิเจน
นอกเหนือจากสีผิวที่เปลี่ยนไปแล้ว ร่างกายของทารกยังมีวิธีส่งสัญญาณเตือนอื่นๆ ให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ทันท่วงที หากลูกน้อยของคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลทันที:
- หายใจเร็วกว่าปกติหรือหายใจแรง: สังเกตเห็นซี่โครงยุบเวลาหายใจ หรือปีกจมูกบานทุกครั้งที่หายใจเข้า
- มีเสียงครืดคราดหรือเสียงหายใจผิดปกติ: เสียงหายใจที่ดังกว่าปกติหรือดูเหนื่อยหอบ
- ซึม ไม่ยอมดูดนม: ทารกดูอ่อนเพลีย ปลุกตื่นยาก หรือไม่มีแรงดูดนมเหมือนเด็กทั่วไป
- ตัวอ่อนปวกเปียก: กล้ามเนื้อไม่มีแรง ทรงตัวไม่ได้ตามเกณฑ์ของทารกแรกเกิด
วิธีดูแลและแนวทางการรักษาเมื่อเด็กมีอาการตัวเขียว
เมื่อทารกมีอาการตัวเขียวและแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากภาวะพร่องออกซิเจน ทีมแพทย์จะให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดทันทีตามความรุนแรงของอาการ เป้าหมายหลักคือการทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งอาจรวมถึงการให้ออกซิเจนเสริมผ่านทางสายจมูกหรือหน้ากาก การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยการเอกซเรย์ปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือการตรวจเลือดเพื่อหาค่าก๊าซในเลือด ในกรณีที่พบโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหรือโรคปอดที่รุนแรง แพทย์เฉพาะทางด้านทารกแรกเกิดและกุมารแพทย์โรคหัวใจจะเป็นผู้ร่วมวางแผนการรักษาในระยะยาวต่อไป
สิ่งที่พ่อแม่ควรทำเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ
ในฐานะคนใกล้ชิดที่สุด ความใส่ใจของคุณพ่อคุณแม่คือเกราะป้องกันแรกของลูก หากคุณสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการริมฝีปากเขียว หายใจหอบเหนื่อย หรือผิดปกติไปจากเดิม ขอให้รีบปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้โดยคิดว่าเดี๋ยวอาการจะดีขึ้นเอง การได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับพัฒนาการและชีวิตของลูกน้อยในระยะยาวได้