เวลาได้ยินคำว่ายาพ่นขยายหลอดลม หลายคนมักกังวลเรื่องการติดยา
ในห้องตรวจโรคระบบทางเดินหายใจ สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะได้ยินบ่อยๆ จากปากคนไข้หรือญาติก็คือความกังวลใจเวลาที่หมอจ่ายยาพ่นให้ หลายคนกลัวว่าถ้าเริ่มพ่นยาแล้วจะต้องใช้ไปตลอดชีวิต หรือกลัวว่ายาพ่นจะไปทำลายหัวใจให้เต้นเร็วผิดปกติ ความกังวลเหล่านี้ทำให้คนไข้หลายรายแอบลดปริมาณยาเอง หรือแม้กระทั่งหยุดพ่นยาทั้งๆ ที่ยังมีอาการเหนื่อยหอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
ความเชื่อที่ว่ายาพ่นทำให้ติดและต้องใช้ไปตลอดชีวิตจริงหรือ?
ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการพ่นยาขยายหลอดลมที่พบได้บ่อยที่สุดคือคิดว่ายาพ่นมีสารเสพติดหรือทำให้ร่างกายต้องพึ่งพายาจนขาดไม่ได้ ความจริงแล้วตัวยาพ่นไม่ได้ทำให้เกิดภาวะการติดยาทางร่างกายเหมือนสารเสพติด แต่สาเหตุที่เราต้องใช้ยาต่อเนื่องเป็นเพราะโรคอย่างหอบหืดหรือถุงลมโป่งพองเป็นโรคเรื้อรังที่มีการอักเสบเรื้อรังในหลอดลม การใช้ยาพ่นก็เหมือนกับการทายาที่แผลเพื่อให้แผลยุบอักเสบและหายใจได้โล่งขึ้น เมื่ออาการสงบลงและควบคุมโรคได้ดีแล้ว แพทย์จะพิจารณาปรับลดระดับยาลงหรือหยุดยาบางตัวได้ตามความเหมาะสม ไม่ได้แปลว่าจะต้องพ่นไปตลอดกาลโดยไม่สามารถเลิกได้
อัน the ความเข้าใจผิดเรื่องยาพ่นทำให้หัวใจพังและใจสั่น
อีกหนึ่งเรื่องที่คนไข้กังวลใจไม่แพ้กันคืออาการใจสั่นมือสั่นหลังจากพ่นยา จนพาลคิดไปว่ายาพ่นนี้อันตรายต่อหัวใจและทำให้หัวใจวายได้ หมอต้องอธิบายให้ฟังแบบนี้ครับว่า ยาขยายหลอดลมบางชนิดโดยเฉพาะกลุ่มออกฤทธิ์สั้นที่ใช้เวลาฉุกเฉิน อาจมีผลข้างเคียงทำให้ชีพจรเต้นเร็วขึ้นหรือรู้สึกมือสั่นได้บ้าง เป็นปฏิกิริยาปกติของยาที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเล็กน้อย ไม่ได้แปลว่าหัวใจกำลังจะพังหรือเกิดอันตรายร้ายแรง ยกเว้นในคนไข้ที่มีโรคหัวใจร่วมด้วยบางรายซึ่งแพทย์จะคอยระมัดระวังและเลือกชนิดยาที่เหมาะสมให้อยู่แล้ว และที่สำคัญ ยาพ่นส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้ส่งตรงเข้าสู่หลอดลมเป้าหมายโดยตรง ปริมาณยาที่เข้าสู่ร่างกายส่วนอื่นจึงน้อยมาก ผลข้างเคียงจึงต่ำกว่าการกินยาเม็ดหลายเท่าตัว
พ่นยาเฉพาะตอนเหนื่อยจัด พอหายดีแล้วก็หยุดเองได้เลยไหม?
หลายคนเข้าใจว่ายาพ่นมีไว้ใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินตอนที่แน่นหน้าอกหรือหอบเหนื่อยเท่านั้น พออาการดีขึ้นก็เก็บยาเข้ากระเป๋าแล้วเลิกพ่น ซึ่งในความเป็นจริง ยาพ่นแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ ที่ทำหน้าที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
- ยากลุ่มบรรเทาอาการ (Reliever): เป็นยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์เร็ว ใช้พ่นเฉพาะเวลาที่มีอาการหอบเหนื่อยเฉียบพลัน เพื่อเปิดทางให้ลมหายใจเข้าออกได้สะดวกขึ้น
- ยากลุ่มควบคุมอาการ (Controller): เป็นยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ขนาดต่ำเพื่อลดการอักเสบเรื้อรังในหลอดลม กลุ่มนี้ต้องพ่นทุกวันอย่างสม่ำเสมอแม้ในวันที่รู้สึกปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้หลอดลมตีบแคบกำเริบขึ้นมาอีก การหยุดยาประเภทนี้เองตามใจชอบคือสาเหตุหลักที่ทำให้โรคกำเริบหนักจนต้องหามส่งโรงพยาบาล
เทคนิคการพ่นยาที่หลายคนทำผิดโดยไม่รู้ตัว
ต่อให้ยาดีแค่ไหน แต่ถ้าเทคนิคการพ่นไม่ถูกต้อง ตัวยาก็ไม่อาจเดินทางไปถึงหลอดลมฝอยส่วนปลายได้ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการพ่นยาขยายหลอดลมอีกจุดหนึ่งคือ คิดว่าแค่พ่นเข้าปากแล้วกลืนลงคอเหมือนเวลากินยาเม็ด หรือพ่นแล้วหายใจเข้าออกเร็วๆ ความจริงแล้วขั้นตอนที่ถูกต้องคือต้องหายใจออกให้สุด อ้าปากอมหลอดพ่นให้สนิท กดพ่นยาพร้อมกับสูดหายใจเข้าช้าๆ และลึกๆ จากนั้นกลั้นหายใจไว้ประมาณ 10 วินาที เพื่อให้ละอองยาตกลงสู่เยื่อบุหลอดลมได้อย่างเต็มที่ หากใครใช้กระบอกพ่นยา (Spacer) ร่วมด้วย ก็จะช่วยเพิ่มปริมาณยาที่เข้าสู่ปอดและลดคราบยาที่ตกค้างในช่องปากได้ดีขึ้นมาก
เมื่อไหร่ที่ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินยาใหม่
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังใช้ยาพ่นอยู่ แล้วรู้สึกว่าช่วงนี้ต้องพ่นยาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ หรือตื่นกลางดึกเพราะอาการไอและแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง นั่นแปลว่าโรคเริ่มคุมไม่อยู่แล้วครับ อย่าทนใช้ยาเดิมด้วยความเข้าใจผิดว่ามันเสื่อมสภาพหรือกลัวการพบแพทย์ รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสมรรถภาพปอดและปรับแผนการรักษาให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายในปัจจุบัน จะเป็นหนทางที่ดีและปลอดภัยที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพปอดในระยะยาว