ช่วงนี้ลูกน้อยหรือตัวคุณเองมีอาการไอ คัดจมูก และจามเรื้อรัง รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาดสักที ทั้งพ่นยา ทั้งกินยาภูมิแพ้ อาการก็ดีขึ้นแค่ชั่วคราวแล้วก็กลับมาเป็นอีก จนบางครั้งก็นึกสงสัยว่าเรากำลังรักษาโรคผิดจุดอยู่หรือเปล่า ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้บ่อยๆ อยากชวนมาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งผู้ร้ายเงียบที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในโพรงจมูก นั่นคือเจ้าต่อมอะดีนอยด์โต ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไอจามเรื้อรังจากต่อมอะดีนอยด์โตโดยที่เราคาดไม่ถึง
ต่อมอะดีนอยด์คืออะไร และทำไมถึงโตผิดปกติจนสร้างเรื่อง
หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ เจ้าต่อมอะดีนอยด์นี้หน้าตาเหมือนต่อมทอนซิล แต่ตำแหน่งของมันจะอยู่ลึกขึ้นไปตรงบริเวณหลังโพรงจมูก จุดเชื่อมต่อระหว่างจมูกกับลำคอ หน้าที่หลักของเขาคือการเป็นด่านหน้าของระบบภูมิคุ้มกัน คอยดักจับเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือไวรัสที่ลอยเข้ามาทางลมหายใจ ไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่ปอด
ตามธรรมชาติแล้ว เจ้าต่อมนี้จะมีขนาดใหญ่ในช่วงวัยเด็ก และจะค่อยๆ ฝ่อเล็กลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น แต่ในเด็กบางคน หรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางรายที่มีการติดเชื้อเรื้อรัง ภูมิแพ้กำเริบบ่อยๆ หรือมีการอักเสบซ้ำซาก เจ้าต่อมนี้จะเกิดอาการบวมโตขึ้นเรื่อยๆ จนไปเบียดบังทางเดินหายใจหลังโพรงจมูก ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
สัญญาณเตือนแบบไหน ที่บอกว่าเรากำลังเจอโรคไอจามเรื้อรังจากต่อมอะดีนอยด์โต
อาการของโรคนี้มักจะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคภูมิแพ้ทั่วไป หรือโรคหวัดเรื้อรัง แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะมีจุดสังเกตเฉพาะตัวที่ต่างออกไป ดังนี้
- ไอเรื้อรังโดยเฉพาะเวลานอน: มักจะมีอาการไอช่วงกลางคืนหรือตอนเช้ามืด เนื่องจากมีน้ำมูกไหลลงคอ (Post-nasal drip) จากการที่ต่อมอะดีนอยด์โตไปขวางทางระบายน้ำมูก
- จามและคัดจมูกตลอดเวลา: หายใจไม่สะดวก แน่นจมูก ต้องอ้าปากหายใจอยู่บ่อยๆ
- นอนกรนเสียงดังและหายใจสะดุด: เด็กที่มีต่อมอะดีนอยด์โตมักจะนอนกรน บางรายมีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ทำให้ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น งอแงในตอนกลางวัน
- เสียงพูดเปลี่ยนไป: พูดเสียงขึ้นจมูกคล้ายคนเป็นหวัดเรื้อรังตลอดเวลา
- มีปัญหาเรื่องหูอักเสบร่วมด้วย: เนื่องจากตำแหน่งของต่อมอะดีนอยด์อยู่ใกล้กับท่อยูสเตเชียนที่เชื่อมไปหูชั้นกลาง เมื่อต่อมนี้โตไปอุดตัน จะทำให้เกิดน้ำขังในหูชั้นกลาง ปวดหู หรือการได้ยินลดลงได้
ความแตกต่างระหว่างต่อมทอนซิลอักเสบกับโรคไอจามเรื้อรังจากต่อมอะดีนอยด์โต
คนไข้หลายคนมักสับสนระหว่างต่อมทอนซิลกับต่อมอะดีนอยด์ เพราะอยู่ในวงแหวนภูมิคุ้มกันเดียวกัน ทอนซิลคือต่อมที่เราอ้าปากแล้วมองเห็นได้ข้างลำคอ เวลาอักเสบจะเจ็บคอ กลืนลำบาก แต่โรคไอจามเรื้อรังจากต่อมอะดีนอยด์โตจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจากการอ้าปากธรรมดา ต้องใช้กล้องส่องตรวจทางจมูก หรือการเอกซเรย์ดูบริเวณหลังโพรงจมูกถึงจะเห็นความผิดปกติที่ซ่อนอยู่
วิธีรักษาและการดูแลตัวเองเมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคไอจามเรื้อรังจากต่อมอะดีนอยด์โต
การรักษาโรคนี้จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่เป็น ถ้าอาการยังไม่มาก แพทย์มักจะเริ่มจากการรักษาด้วยยาก่อน เช่น ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเพื่อลดขนาดของต่อมอะดีนอยด์ ยาลดน้ำมูก หรือยาแก้แพ้ เพื่อเคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น
แต่ในกรณีที่รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ต่อมยังคงโตมากจนส่งผลกระทบต่อการนอน การหายใจ หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์อาจจะพิจารณาแนวทางการผ่าตัดนำต่อมอะดีนอยด์ออก ซึ่งเป็นการผ่าตัดผ่านทางช่องปากโดยไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
เมื่อไหร่ควรพาคนใกล้ตัวไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
หากสังเกตว่ามีอาการไอจามเรื้อรัง รักษาโรคภูมิแพ้หรือไซนัสแล้วอาการไม่ดีขึ้นสักที ร่วมกับมีอาการนอนกรน อ้าปากหายใจตอนกลางคืน หรือมีปัญหาการได้ยินร่วมด้วย แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อทำการส่องกล้องตรวจดูขนาดของต่อมอะดีนอยด์ การรู้สาเหตุที่แท้จริงและรักษาให้ตรงจุด จะช่วยคืนลมหายใจที่โล่งสบายและคุณภาพชีวิตที่ดีกลับคืนมาได้อีกครั้ง