ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกดื่มน้ำน้อยแค่ไหน ถึงเรียกว่าเริ่มมีภาวะขาดน้ำเรื้อรัง

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ มาพบหมอด้วยอาการเพลีย อ่อนแรง หรือบ่นปวดหัวบ่อยๆ โดยไม่มีไข้ แต่เมื่อซักประวัติลึกลงไปกลับพบว่า เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอต่อเนื่องเป็นเวลานานจนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน ภาวะขาดน้ำเรื้อรังในเด็ก ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันเหมือนตอนท้องเสียหนักๆ แต่มันคือการที่ร่างกายได้รับน้ำไม่พอสะสมวันแล้ววันเล่า จนระบบต่างๆ เริ่มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

สังเกตอย่างไรว่าลูกกำลังขาดน้ำแบบเรื้อรัง

ร่างกายเด็กที่ขาดน้ำเรื้อรังมักไม่แสดงอาการรุนแรงในทันที แต่มักจะมีร่องรอยให้สังเกตได้จากกิจวัตรประจำวัน ดังนี้

  • ริมฝีปากแห้ง แตก หรือเป็นขุยอยู่ตลอดเวลา
  • ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มและมีกลิ่นฉุนจัด แม้จะไม่ได้กินวิตามินเสริม
  • เด็กดูหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน หรือไม่มีสมาธิในการเรียน
  • มีอาการท้องผูกบ่อย อุจจาระแข็ง เพราะลำไส้พยายามดูดน้ำกลับจากกากอาหารมากเกินไป
  • บ่นปวดหัว มึนงง หรือรู้สึกเพลียเหมือนคนอดนอน

ทำไมเด็กถึงไม่ยอมดื่มน้ำจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

บ่อยครั้งที่ปัญหาไม่ได้มาจากตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่มาจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมที่เราเผลอมองข้าม เด็กบางคนมักลืมดื่มน้ำเพราะมัวแต่สนุกกับการเล่นจนลืมความรู้สึกกระหาย หรือบางคนอาจไม่ชอบรสชาติของน้ำเปล่า และหันไปติดน้ำหวานหรือน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแทน ซึ่งน้ำตาลเหล่านี้ไม่สามารถช่วยทดแทนการขาดน้ำในระดับเซลล์ได้ดีเท่ากับน้ำเปล่า นอกจากนี้ในเด็กวัยเรียน การเข้าห้องน้ำบ่อยอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กเลือกที่จะเลี่ยงการดื่มน้ำในช่วงระหว่างวัน

ผลเสียระยะยาวหากปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำบ่อยๆ

การปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดน้ำเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อระบบภายในอย่างคาดไม่ถึง ตั้งแต่การทำงานของไตที่ต้องแบกรับภาระหนักในการกรองของเสียที่เข้มข้นเกินไป ไปจนถึงพัฒนาการด้านสมองที่อาจถูกรบกวน ส่งผลให้ความจำหรือสมาธิลดลง นอกจากนี้ยังรวมถึงสุขภาพผิวพรรณและการไหลเวียนของเลือดที่จะแย่ลง ทำให้เด็กดูไม่สดใสและเจ็บป่วยง่ายกว่าปกติ

วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

หัวใจสำคัญคือการสร้างนิสัยการดื่มน้ำให้เป็นเรื่องปกติและทำได้ง่ายสำหรับลูก

  • จัดเตรียมกระติกน้ำส่วนตัวที่มีสีสันดึงดูดใจ และตั้งไว้ในจุดที่เด็กหยิบถึงง่าย
  • เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น พ่อแม่ควรพกน้ำติดตัวและดื่มน้ำเป็นระยะ
  • สอนให้ลูกสังเกตสีปัสสาวะของตัวเองว่าเป็นตัววัดระดับน้ำในร่างกายที่ดีที่สุด
  • เสิร์ฟผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำสูง เช่น แตงกวา แตงโม หรือส้ม เป็นของว่างแทนขนมขบเคี้ยว
  • หลีกเลี่ยงการให้ดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่า หากลูกไม่ชอบรสจืด อาจลองฝานผลไม้สดใส่ลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอมชวนดื่ม

เมื่อไหร่ที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์

หากลองปรับพฤติกรรมให้ลูกดื่มน้ำเพิ่มขึ้นแล้ว แต่อาการเพลีย ปวดหัว หรือท้องผูกยังไม่ดีขึ้น หรือเด็กเริ่มมีอาการซึมลงมาก ปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หรือมีอาการไข้ร่วมด้วย แนะนำให้พามาปรึกษาหมอเพื่อตรวจดูการทำงานของไตและประเมินภาวะโภชนาการอย่างละเอียด เพราะบางครั้งการขาดน้ำอาจเป็นผลมาจากโรคแฝงอื่นๆ ที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down