ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกน้อยต้องการธาตุเหล็กมากแค่ไหน? ไขข้อข้องใจจากหมอ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักกังวลว่าลูกได้รับสารอาหารเพียงพอไหม โดยเฉพาะธาตุเหล็กที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงและพัฒนาการสมอง แต่การจะให้ธาตุเหล็กเสริมกับลูกไม่ใช่เรื่องของการกะปริมาณด้วยสายตา เพราะร่างกายทารกมีความละเอียดอ่อนมาก การให้ธาตุเหล็กเกินพอดีอาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารหรือเป็นพิษต่อร่างกายได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมาทำความเข้าใจเรื่อง การคำนวณปริมาณธาตุเหล็กตามน้ำหนักตัวของทารกภายใต้คำแนะนำของแพทย์ อย่างจริงจัง

ทำไมต้องเป๊ะเรื่องน้ำหนักตัวในการให้ธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็กไม่ใช่ยาที่กินเท่าไหร่ก็ได้เหมือนวิตามินซีทั่วไป แต่เป็นแร่ธาตุที่ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวจริงของเด็กในขณะนั้น โดยปกติแพทย์จะคำนวณเป็นหน่วยมิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (mg/kg) ต่อวัน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กได้รับปริมาณเพียงพอต่อการสร้างเม็ดเลือด แต่ยังไม่มากจนไปรบกวนระบบการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้

เมื่อไหร่ที่ลูกต้องได้รับธาตุเหล็กเสริม

โดยปกติทารกที่กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจะมีธาตุเหล็กสะสมที่ได้รับจากครรภ์มารดาอยู่แล้วในช่วง 4-6 เดือนแรก แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยที่ต้องกินอาหารเสริม แพทย์จะเริ่มพิจารณาการได้รับธาตุเหล็กเพิ่มในกรณีเหล่านี้

  • ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ซึ่งจะมีปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกายน้อยกว่าทารกครบกำหนด
  • ทารกที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียวต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยยังไม่ได้เริ่มอาหารตามวัยที่เหมาะสม
  • ทารกที่ตรวจพบว่ามีภาวะซีดหรือค่าความเข้มข้นของเลือดต่ำกว่าเกณฑ์

วิธีการให้ธาตุเหล็กให้ลูกกินง่ายและไม่ระคายเคืองท้อง

เมื่อได้ตัวเลขปริมาณธาตุเหล็กที่คำนวณจากน้ำหนักตัวมาแล้ว สิ่งที่ท้าทายคุณพ่อคุณแม่คือการให้ลูกกินยาให้ครบตามโดส ซึ่งมีเทคนิคที่ช่วยให้ง่ายขึ้น ดังนี้

  • ควรป้อนยาโดยใช้ไซริงค์หรือหยดตามที่แพทย์กำหนด ห้ามใช้ช้อนโต๊ะหรือช้อนชาทั่วไปในการตวง เพราะจะทำให้ได้ปริมาณที่ไม่แม่นยำ
  • หากลูกมีอาการท้องผูกหรือถ่ายดำ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงปกติจากการกินธาตุเหล็ก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับตารางเวลาหรือการแบ่งมื้อยา
  • อย่าผสมธาตุเหล็กในนมมื้อหลัก เพราะแคลเซียมในนมจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก ทำให้ประสิทธิภาพลดลง

อาการแบบไหนที่บอกว่าลูกอาจได้รับธาตุเหล็กไม่เหมาะสม

หากลูกได้รับธาตุเหล็กเสริมไปสักระยะแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น อาเจียนรุนแรง ปวดท้องบิดตัวบ่อย หรือมีถ่ายเป็นเลือด ให้รีบหยุดยาและพาน้องมาพบแพทย์ทันที เพราะนั่นอาจหมายถึงการคำนวณปริมาณที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพร่างกายของลูกในขณะนั้น หรือลูกอาจมีภาวะไวต่อธาตุเหล็กเสริม ซึ่งแพทย์จะต้องทำการปรับขนาดใหม่ให้มีความปลอดภัยที่สุด

คำแนะนำส่งท้ายจากหมอถึงคุณพ่อคุณแม่

การให้ธาตุเหล็กเสริมแก่ลูกไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเองตามคำบอกเล่าของคนรอบข้าง แต่ละคนมีน้ำหนักตัวและพื้นฐานสุขภาพที่แตกต่างกัน การพาลูกมาตรวจติดตามผลเลือดเป็นระยะตามนัดหมาย จึงเป็นวิธีเดียวที่การคำนวณปริมาณธาตุเหล็กตามน้ำหนักตัวของทารกจะแม่นยำและช่วยให้ลูกเติบโตได้อย่างสมวัยโดยไม่มีผลข้างเคียง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down