ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยได้ยินเสียงลูกน้อยนอนกรนเสียงดัง บางครั้งก็มีเสียงหายใจติดขัดเหมือนหยุดไปพักหนึ่งแล้วก็เฮือกขึ้นมาใหม่ หรือบางทีก็เห็นลูกพลิกตัวไปมา หลับไม่สนิทตลอดทั้งคืน แรกๆ อาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ของเด็กๆ แต่นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงภาวะที่เรียกว่า “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในเด็ก” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Obstructive Sleep Apnea (OSA) ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่เราพบได้บ่อยเลยก็คือ การโตของต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์นั่นเอง

รู้จัก 'ต่อมทอนซิล' กับ 'ต่อมอะดีนอยด์': เพื่อนตัวเล็กที่อยู่ตรงไหนในคอของลูก?

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกับเพื่อนตัวเล็กๆ สองตัวนี้กันก่อน ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคที่เข้ามาทางปากและจมูก

  • ต่อมทอนซิล (Tonsils): เราจะเห็นได้ง่ายๆ เลย อยู่บริเวณข้างลิ้นไก่ในลำคอ มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อสองข้าง
  • ต่อมอะดีนอยด์ (Adenoids): ส่วนนี้จะซ่อนอยู่ลึกกว่า มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จะอยู่ด้านหลังโพรงจมูก ใกล้ๆ กับเพดานอ่อน

ทั้งสองต่อมนี้เป็นด่านหน้าในการป้องกันเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจตอนบนของเด็กๆ แต่บางครั้ง พวกเขาก็โตขึ้นจนกลายเป็นปัญหาได้

ทำไมต่อมพวกนี้ถึงชอบโตผิดปกติในเด็กๆ?

เป็นเรื่องปกติที่ต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยในช่วงวัยเด็ก เพราะเป็นช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันกำลังพัฒนาและต้องทำงานหนักในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ แต่ในบางกรณี พวกมันก็โตขึ้นมากเป็นพิเศษ จนกลายเป็นสาเหตุของปัญหา

  • การติดเชื้อบ่อยๆ: ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด คออักเสบ หรือภูมิแพ้ การที่เด็กๆ ป่วยบ่อยๆ จะทำให้ต่อมเหล่านี้ทำงานหนักและขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งก็ไม่ยอมกลับไปมีขนาดปกติ
  • พันธุกรรม: เด็กบางคนอาจมีแนวโน้มที่จะมีต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ขนาดใหญ่ตามกรรมพันธุ์
  • โครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร: ในบางกรณี โครงสร้างกระดูกบริเวณใบหน้าและขากรรไกรของเด็กอาจมีส่วนทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง ทำให้ต่อมที่โตอยู่แล้วยิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น

ต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โต ทำให้ลูกกรนและหยุดหายใจได้อย่างไร?

ลองจินตนาการว่าลูกของเรากำลังหายใจผ่านท่อขนาดเล็กๆ พอต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โตขึ้น มันก็จะไปเบียดและทำให้ช่องทางเดินหายใจด้านหลังโพรงจมูกและคอแคบลง ลองคิดดูว่าตอนที่เราหลับ กล้ามเนื้อในลำคอจะคลายตัวลงด้วย ยิ่งทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลงไปอีก

  • การนอนกรน: เมื่อช่องทางเดินหายใจแคบลง อากาศที่ผ่านเข้าออกก็จะสั่นสะเทือน ทำให้เกิดเสียงกรนขึ้นมานั่นเอง
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea): ในกรณีที่ต่อมโตมากๆ จนไปอุดกั้นทางเดินหายใจเกือบจะสนิท เด็กจะหายใจลำบากมาก หรือถึงขั้นหยุดหายใจไปชั่วขณะ แล้วสมองก็จะกระตุ้นให้ตื่นตัวขึ้นมาเพื่อหายใจ ทำให้เด็กสะดุ้งตื่น เฮือก หรือเปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้การนอนหลับไม่มีคุณภาพ

สังเกตสัญญาณอันตราย: แค่กรนเสียงดัง หรือมีอย่างอื่นที่น่าเป็นห่วง?

การนอนกรนของเด็กอาจดูน่ารักในบางครั้ง แต่ถ้าเสียงดังมาก หรือมีอาการร่วมอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสังเกตให้ดี

อาการที่เห็นได้ชัดเจนตอนลูกหลับ

  • นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ: ไม่ใช่แค่นอนกรนบ้างบางครั้ง แต่กรนทุกคืน หรือกรนเสียงดังผิดปกติ
  • หายใจลำบาก หรือเหมือนหายใจไม่ทัน: อาจมีเสียงฮืดฮาด เสียงดังผิดปกติ หรือต้องออกแรงหายใจมาก
  • มีภาวะหยุดหายใจเป็นช่วงๆ: คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นว่าลูกหยุดหายใจไปพักหนึ่ง (ประมาณ 10 วินาทีขึ้นไป) แล้วก็เฮือกหายใจขึ้นมาใหม่
  • กระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา: นอนไม่นิ่ง เปลี่ยนท่านอนบ่อย หรือบางทีก็ลุกขึ้นมานั่ง
  • นอนท่าแปลกๆ: เช่น เงยหน้า แหงนคอ เพื่อพยายามเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น
  • นอนกัดฟัน หรือมีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน

พฤติกรรมแปลกๆ ตอนกลางวัน ที่อาจบอกว่าลูกหลับไม่พอ

  • ง่วงนอนบ่อยๆ หรือหลับในตอนกลางวัน: แม้ว่าจะได้นอนหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม
  • สมาธิสั้น เรียนรู้ช้า หรือมีปัญหาด้านพฤติกรรม: เนื่องจากสมองได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน
  • เติบโตช้า น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์: เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานมากกับการหายใจตลอดคืน และฮอร์โมนการเจริญเติบโตหลั่งได้ไม่เต็มที่
  • ปัสสาวะรดที่นอน: ในเด็กที่โตแล้ว อาจกลับมามีอาการปัสสาวะรดที่นอนอีกครั้ง
  • มีปัญหาโครงสร้างใบหน้า: เช่น หน้าเบี้ยว ฟันยื่น หรือเพดานปากแคบ (Long face syndrome) เนื่องจากต้องหายใจทางปากตลอด

ปล่อยไว้นานๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับลูกน้อยในระยะยาว?

ถ้าหากปล่อยให้ลูกน้อยมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการในหลายๆ ด้านอย่างไม่น่าเชื่อ

ผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้

  • สติปัญญาและการเรียนรู้: เด็กอาจมีปัญหาเรื่องความจำ สมาธิ การตัดสินใจ และผลการเรียนตกต่ำ
  • พฤติกรรม: อาจทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว ซนผิดปกติ หรือมีภาวะสมาธิสั้นคล้าย ADHD

สุขภาพร่างกายแย่ลงกว่าที่คิด

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: เพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและปัญหาเกี่ยวกับหัวใจในระยะยาว
  • การเจริญเติบโต: อาจทำให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ได้ไม่เต็มที่ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและน้ำหนักของเด็ก
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ: ทำให้ป่วยง่าย เป็นหวัดบ่อย

เมื่อไหร่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาไปหาคุณหมอ?

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณอันตรายเหล่านี้ในลูกน้อย ไม่ควรรอช้า ควรรีบพาไปปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก หรือกุมารแพทย์ เพื่อประเมินอาการและหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากลูกมีอาการ

  • นอนกรนเสียงดังเป็นประจำและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • หายใจลำบาก หรือหายใจทางปากตลอดเวลา แม้ในตอนกลางวัน
  • มีปัญหาด้านพัฒนาการ พฤติกรรม หรือการเรียนรู้ที่สงสัยว่าเกิดจากการนอนหลับไม่พอ
  • มีอาการง่วงซึมมากผิดปกติในเวลากลางวัน

วิธีดูแลรักษา: คุณหมอจะช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง?

เมื่อไปพบคุณหมอแล้ว คุณหมอจะทำการตรวจประเมินอย่างละเอียด อาจมีการส่งตรวจพิเศษ เช่น การตรวจการนอนหลับ (Sleep Study) เพื่อยืนยันภาวะและประเมินความรุนแรงของโรค

การสังเกตอาการและการดูแลเบื้องต้น

ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง คุณหมออาจแนะนำให้สังเกตอาการและดูแลเบื้องต้น เช่น

  • ลดปัจจัยกระตุ้น: หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่นละออง สารก่อภูมิแพ้ ที่อาจทำให้ต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โตขึ้นอีก
  • ดูแลรักษาสุขอนามัย: ลดโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
  • ควบคุมน้ำหนัก: หากเด็กมีภาวะน้ำหนักเกิน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลง

เมื่อถึงเวลาผ่าตัด: การเอาต่อมออกช่วยได้จริงหรือ?

ในกรณีที่ต่อมทอนซิลและ/หรือต่อมอะดีนอยด์มีขนาดใหญ่มากจนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน คุณหมออาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาต่อมเหล่านั้นออก (Tonsillectomy และ/หรือ Adenoidectomy)

  • การผ่าตัด: เป็นวิธีที่ได้ผลดีเยี่ยมในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็กที่เกิดจากต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โต การผ่าตัดจะช่วยเปิดช่องทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทำให้เด็กหายใจสะดวกขึ้น และกลับมานอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ
  • ผลลัพธ์หลังผ่าตัด: เด็กส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเรื่องการนอนกรน การหยุดหายใจ และพฤติกรรมในเวลากลางวันก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

อย่ารอช้า... เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและการเติบโตที่สมวัยของลูกรัก

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการทางสมอง และสุขภาพกายใจของเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามปัญหานอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับในลูกน้อย เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงและเรื้อรังได้ การปรึกษาคุณหมอตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ลูกได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ทำให้ลูกน้อยกลับมามีรอยยิ้มสดใส เติบโตอย่างแข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้แน่นอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down