ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกพุงป่องเพราะอ้วน หรือตับโตกันแน่นะ? ความกังวลใจอันดับหนึ่งของพ่อแม่

เวลาอุ้มลูกน้อยแล้วรู้สึกว่าพุงน้องป่องกว่าปกติ หรือคุณพ่อคุณแม่บางคนบังเอิญเอามือไปคลำโดนก้อนนิ่มๆ ใต้ซี่โครงด้านขวาตอนอาบน้ำให้ลูก ความตกใจและคำถามมากมายมักจะตามมาทันทีว่า ลูกเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ตับโตอันตรายไหม หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ เพราะในห้องตรวจเด็ก คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะกังวลจนนอนไม่หลับเมื่อได้ยินคำว่าตับโตจากปากหมอ

ความจริงแล้ว ภาวะตับโตในเด็ก ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคร้ายแรงเสมอไป บางครั้งตับของเด็กๆ อาจจะดูใหญ่กว่าผู้ใหญ่เมื่อเทียบกับสัดส่วนของร่างกาย หรืออาจเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรงและรักษาหายได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีบางโรคที่ซ่อนอยู่และต้องอาศัยการวินิจฉัยอย่างละเอียดจากกุมารแพทย์ เพื่อความสบายใจและเป็นการเตรียมความพร้อม เรามาทำความรู้จักกับเจ้าตับน้อยๆ ของลูกกันดีกว่าครับว่าเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง

ตับโตคืออะไร ทำไมคุณหมอถึงเช็กพุงลูกทุกครั้งที่มาตรวจสุขภาพ?

ตับเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในช่องท้อง ทำหน้าที่สารพัดประหนึ่งโรงงานเคมีของร่างกาย ทั้งช่วยย่อยอาหาร สะสมพลังงาน กำจัดสารพิษ และสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด ปกติแล้วในเด็กเล็ก ขอบตับอาจจะคลำเจอได้เล็กน้อยต่ำกว่าชายโครงด้านขวาลงมาประมาณหนึ่งถึงสองเซนติเมตร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่พบได้เนื่องจากสัดส่วนร่างกายของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่

แต่ถ้าคุณหมอตรวจแล้วพบว่าตับโตกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างชัดเจน หรือมีลักษณะแข็ง ผิวขรุขระ ร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ นั่นแปลว่าตับกำลังทำงานหนักเกินไป หรือมีบางอย่างเข้าไปแทรกซ้อนอยู่ในเนื้อตับ ทำให้ตับขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนเราสามารถคลำรู้สึกได้ชัดเจน

สาเหตุที่ทำให้ตับโตในเด็ก: จากเรื่องเล็กๆ ไปจนถึงโรคที่ต้องดูแลใกล้ชิด

การที่ตับของเด็กโตขึ้นมีได้หลายสาเหตุมากๆ ครับ หมอขอแบ่งเข้าใจง่ายๆ เป็นกลุ่มหลักดังนี้

การติดเชื้อและโรคคลาสสิกในเด็ก

เด็กๆ มักจะรับเชื้อโรคได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย เชื้อโรคเหล่านี้บางตัวชอบเข้าไปอาศัยและสร้างความอักเสบในตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบเอ บี หรือซี หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น ไข้เลือดออก ซึ่งในช่วงที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับโรค ตับจะมีการบวมและโตขึ้นชั่วคราวได้

ภาวะไขมันพอกตับในเด็กยุคใหม่

น่าตกใจเหมือนกันครับว่าปัจจุบันเราเจอเด็กที่เป็นโรคไขมันพอกตับมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่สัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และการทานอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล หรือฟาสต์ฟู้ดมากเกินไป เมื่อไขมันไปสะสมอยู่ในเซลล์ตับเป็นเวลานาน จะทำให้ตับอักเสบและขยายขนาดใหญ่ขึ้น

โรคทางพันธุกรรมและความผิดปกติของการเผาผลาญ

ในเด็กบางคน ภาวะตับโตอาจเกิดจากโรคหายากทางพันธุกรรม เช่น โรคสะสมสารบาง (Storage Diseases) ทำให้มีสารเคมีหรือไขมันบางชนิดไปสะสมอยู่ในตับจนตับโตมาก หรือโรคโลหิตจางบางชนิดที่ทำให้ร่างกายต้องสร้างเม็ดเลือดแดงที่ตับและม้ามมากขึ้น

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่า ลูกควรไปพบแพทย์ทันที?

ถ้าลูกพุงป่องเฉยๆ ร่าเริง กินได้นอนหลับปกติ อาจจะยังไม่ต้องกังวลมาก แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพามาพบคุณหมอโดยเร็วครับ

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าตับทำงานได้ไม่ดี
  • ปัสสาวะมีสีเข้มเหมือนชาเขียวเข้ม และอุจจาระมีสีซีดเหมือนสีดินน้ำมัน
  • มีอาการปวดท้อง แน่นท้อง หรือคลำเจอก้อนแข็งที่ชายโครงขวาชัดเจน
  • ลูกเบื่ออาหาร น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียกว่าปกติ
  • มีไข้เรื้อรังร่วมกับม้ามโต หรือมีจุดจ้ำเลือดออกตามผิวหนัง

คุณหมอตรวจวินิจฉัยอย่างไร เมื่อสงสัยว่าตับโต?

เมื่อคุณพ่อคุณแพพามาพบแพทย์ด้วยเรื่องนี้ ขั้นตอนแรกหมอจะทำการซักประวัติอย่างละเอียด ทั้งเรื่องอาหารการกิน ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว และการได้รับวัคซีน จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายด้วยการคลำช่องท้องเพื่อประเมินขนาด ความนิ่ม หรือความแข็งของตับและม้าม

หากพบว่าตับโตผิดปกติจริงๆ หมออาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ หาเชื้อไวรัส หรือตรวจหาโรคทางเมตาบอลิก และการทำอัลตราซาวนด์ช่องท้อง เพื่อดูเนื้อตับและโครงสร้างภายในอย่างละเอียด โดยไม่ต้องเจ็บตัวและปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ครับ

วิธีดูแลรักษาและฟื้นฟูสุขภาพตับของลูกน้อย

การรักษาภาวะตับโตในเด็กขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริงเป็นหลักครับ ถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสทั่วไป ตับจะค่อยๆ ยยุบลงได้เองเมื่อหายจากโรค แต่ถ้าเกิดจากภาวะไขมันพอกตับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญที่สุด

คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกได้ด้วยการส่งเสริมให้ลูกทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ลดขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม อาหารที่มีไขมันสูง และสนับสนุนให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดน้ำหนักและลดปริมาณไขมันที่สะสมในตับ ส่วนในกรณีที่เป็นโรคเฉพาะทาง กุมารแพทย์จะเป็นผู้ดูแลรักษาด้วยยาหรือแนวทางเฉพาะโรคอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ หมออยากบอกว่าการหมั่นสังเกตความผิดปกติของลูกน้อยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หากพบว่าลูกพุงป่องผิดปกติ หรือมีอาการร่วมอื่นๆ อย่าเพิ่งตกใจจนเกินเหตุ รีบพามาปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจหาสะสาเหตุและรับการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down