ลูกพุงป่องจนน่าสงสัย: คุณแม่รู้ไหมว่าอาจไม่ใช่แค่พุงเด็ก
เวลาอุ้มลูกน้อยแล้วรู้สึกว่าหน้าท้องช่วงบนดูกลมโตเป็นพิเศษ หรือเวลาคุณพ่อคุณแม่กอดลูกแล้วสังเกตว่ามีก้อนแน่นๆ ใต้ซี่โครงด้านขวา หลายคนมักคิดว่าเป็นแค่พุงป่องตามวัยของเด็กเล็ก แต่ในทางการแพทย์แล้ว อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะตับโตในเด็ก ที่หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจ เพื่อจะได้สังเกตอาการและพามาตรวจได้ทันเวลา ไม่ปล่อยให้โรคที่เป็นต้นเหตุลุกลามใหญ่โต
ตับโตคืออะไร ทำไมขอบตับถึงลงมาอยู่ต่ำกว่าซี่โครง?
ปกติแล้วตับของเด็กจะซ่อนอยู่ใต้ชายโครงด้านขวาอย่างมิดชิด ถ้าเราใช้มือคลำคนปกติจะไม่ค่อยเจอขอบตับ หรือถ้าเจอจะนิ่มและอยู่ชิดขอบซี่โครงพอดี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เซลล์ตับมีการอักเสบ บวม มีไขมันสะสม มีเลือดคั่ง หรือมีเซลล์ผิดปกติเข้ามาแทรกตัว ตับจะมีขนาดใหญ่ขึ้นจนขยายตัวล้นพ้นชายโครงออกมา ทำให้เวลาที่คุณหมอใช้มือตรวจหน้าท้อง (Palpation) จะคลำเจอเนื้อตับได้ชัดเจน ซึ่งนี่แหละคือที่มาของคำว่า ภาวะตับโตในเด็ก
สาเหตุที่ทำให้ตับเด็กโต เกิดจากอะไรได้บ้าง?
เวลาเจอเด็กตับโต หมอไม่ได้มองแค่โรคตับอย่างเดียวนะครับ เพราะตับเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของร่างกายที่ทำหน้าที่หลายอย่าง สาเหตุจึงกว้างมากและแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ครับ
การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียตัวร้าย
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็กครับ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบ เอ บี หรือซี หรือแม้แต่โรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น ไข้เลือดออก หัดเยอรมัน หรือเชื้อราบางชนิด ที่ทำให้ตับทำงานหนักจนเกิดการอักเสบและบวมโตขึ้นมา
โรคทางพันธุกรรมและโรคตับคั่ง
เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติของยีน ทำให้ร่างกายย่อยสลายสารอาหารบางชนิดไม่ได้ เช่น โรคสะสมไกลโคเจน (Glycogen Storage Disease) หรือโรค Wilson's disease ที่มีการสะสมของทองแดงในตับ ซึ่งกลุ่มนี้มักจะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเดียวกัน
ภาวะไขมันพอกตับในเด็กยุคใหม่
อย่าคิดว่าโรคนี้มีแต่ในผู้ใหญ่นะครับ ปัจจุบันเด็กๆ ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน กินอาหารฟาสต์ฟู้ดและน้ำหวานจัด ก็มีโอกาสเกิดภาวะไขมันพอกตับจนทำให้ตับโตได้เช่นกัน ซึ่งน่าห่วงมากๆ เพราะถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน
ตับและม้ามเป็นอวัยวะที่ช่วยสร้างและทำลายเม็ดเลือด เด็กที่เป็นโรคโลหิตจางบางชนิด เช่น ธาลัสซีเมีย หรือโรคเม็ดเลือดแดงแตกง่าย รวมถึงโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จะทำให้ตับต้องทำงานหนักเป็นพิเศษจนโตขึ้นเพื่อชดเชยการทำงานที่ผิดปกติของร่างกาย
อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าตับลูกกำลังมีปัญหา?
ส่วนใหญ่แล้วตัวตับเองไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดโดยตรง เด็กมักจะไม่ค่อยบ่นว่าเจ็บตับหรอกครับ แต่เราจะสังเกตความผิดปกติได้จากอาการร่วมเหล่านี้
- ท้องโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วงบนด้านขวา แน่นท้อง ทานอาหารได้น้อยลง
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ซึ่งเกิดจากสารสีน้ำดีคั่งในร่างกาย
- ปัสสาวะมีสีเข้มจัดเหมือนชาเขียวเข้ม และอุจจาระมีสีซีดลง
- มีจ้ำเลือดตามตัวง่าย เลือดออก เลือดกำเดาไหลหยุดยาก
- อ่อนเพลีย น้ำหนักลดไม่ยอมโตตามเกณฑ์ หรือมีอาการบวมตามตัวและขา
คุณหมอตรวจวินิจฉัยภาวะตับโตอย่างไรบ้าง?
เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาหาหมอเพราะคลำเจอท้องป่อง ขั้นตอนการตรวจของหมอจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น เริ่มสังเกตเห็นเมื่อไหร่ มีประวัติคนในบ้านเป็นโรคตับไหม จากนั้นจึงทำการตรวจร่างกายด้วยการคลำหน้าท้องเพื่อประเมินขนาด ความนิ่ม หรือความแข็งของขอบตับ และอาจต้องส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น เจาะเลือดดูการทำงานของตับ ตรวจหาเชื้อไวรัส อัลตร้าซาวด์ช่องท้องเพื่อดูเนื้อตับและท่อน้ำดี หรือในบางเคสที่ยากจริงๆ อาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจทางพยาธิวิทยาครับ
วิธีดูแลรักษาและการป้องกัน
การรักษา ภาวะตับโตในเด็ก ขึ้นอยู่กับต้นเหตุที่แท้จริงเป็นหลักครับ ถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสทั่วไป ร่างกายอาจหายได้เองเมื่อพักผ่อนเพียงพอ แต่ถ้าเกิดจากโรคพันธุกรรม โรคเลือด หรือไขมันพอกตับ ก็ต้องรักษาตามโรคเฉพาะทาง ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม เช่น ควบคุมอาหาร ลดแป้งและน้ำตาล ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงการให้เด็กกินยาหรือสมุนไพรที่ไม่มีใบสั่งแพทย์ เพราะตับของเด็กยังเล็กและกำจัดสารพิษได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ครับ