ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมจู่ๆ ดวงตาของเราก็มีน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตลอดเวลา จนคนรอบข้างทักบ่อยๆ ว่ากำลังร้องไห้หรือเปล่า อาการน้ำตาไหลพรากหรือตาแฉะตลอดเวลานี้ หลายคนมักมองว่าเป็นเพียงเรื่องน่ารำคาญใจที่ทำให้เสียบุคลิกภาพ หรือเป็นแค่ปัญหาความสวยงามเวลาแต่งหน้า แต่ในฐานะจักษุแพทย์ หมออยากบอกว่าอาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะท่อน้ำตาอุดตัน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการมองเห็นอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

กลไกธรรมชาติของน้ำตา และทำไมเมื่อท่อตันแล้วจึงเกิดปัญหา

ดวงตาของเราสร้างน้ำตาออกมาตลอดเวลาเพื่อหล่อลื่นและปกป้องพื้นผิวดวงตาไม่ให้แห้ง โดยน้ำตาที่ถูกใช้งานแล้วจะไหลไปรวมกันที่หัวตา และระบายออกผ่านรูระบายเล็กๆ บริเวณเปลือกตา ไหลผ่านท่อน้ำตาลงสู่โพรงจมูกและคอตามลำดับ

แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดระบบระบายน้ำตาตีบตัน ไม่ว่าจะเกิดจากการอักเสบซ้ำๆ การติดเชื้อ วัยที่เพิ่มขึ้น หรืออุบัติเหตุ น้ำตาก็จะไม่มีทางไปและเอ่อล้นย้อนกลับมาท่วมดวงตา เปรียบเสมือนอ่างล้างหน้าที่ท่อน้ำทิ้งอุดตัน ทำให้น้ำสกปรกไหลล้นอ่างออกมาด้านนอกตลอดเวลานั่นเอง

สาเหตุและผลกระทบจากภาวะท่อน้ำตาอุดตันต่อการมองเห็นที่เราอาจนึกไม่ถึง

เมื่อระบบระบายน้ำตาทำงานไม่ได้ตามปกติ ผลกระทบของภาวะท่อน้ำตาอุดตันต่อระบบการมองเห็นจึงเกิดขึ้นในหลายแง่มุม ซึ่งรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ดังนี้

1. ภาพมัวและบิดเบี้ยวจากชั้นน้ำตาที่หนาและไม่สม่ำเสมอ

โดยปกติแล้ว ชั้นน้ำตาบางๆ ที่เคลือบอยู่บนผิวตาจะทำหน้าที่เสมือนเลนส์ธรรมชาติแผ่นแรกสุดที่ช่วยหักเหแสงให้ตกลงบนจอประสาทตาได้อย่างแม่นยำ แต่เมื่อท่อน้ำตาอุดตัน น้ำตาจะเอ่อขังจนหนาเกินไปและไม่สม่ำเสมอ ทำให้แสงที่ผ่านเข้ามาเกิดการหักเหผิดทิศทาง ส่งผลให้เกิดอาการตามัวชั่วขณะ ภาพเบลอ หรือเห็นภาพบิดเบี้ยว คล้ายกับการมองผ่านกระจกหน้ารถยนต์ที่มีน้ำฝนเกาะหนาเตอะในขณะที่ที่ปัดน้ำฝนเสีย

2. อาการแพ้แสงและตาแห้งแทรกซ้อน

ฟังดูย้อนแย้งที่คนน้ำตาไหลตลอดเวลาจะมีอาการตาแห้ง แต่เนื่องจากน้ำตาที่เอ่อขังเป็นน้ำตาที่ไม่มีคุณภาพ ขาดสารหล่อลื่นที่จำเป็น และมีการอักเสบปนเปื้อน ทำให้ผิวตาเกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้คนไข้รู้สึกแสบตา สู้แสงแดดไม่ได้ และบางครั้งมีอาการเคืองตาเหมือนมีเศษทรายอยู่ในตาตลอดเวลา

3. ความเสี่ยงในการติดเชื้อรุนแรงที่อาจทำลายกระจกตา

น้ำตาที่ขังอยู่ในถุงน้ำตาที่อุดตันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อแบคทีเรียชั้นยอด เมื่อทิ้งไว้นานวันเข้าจะเกิดการอักเสบและติดเชื้อจนกลายเป็นถุงน้ำตาอักเสบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง (Dacryocystitis) คนไข้จะมีอาการบวมแดง เจ็บปวดบริเวณหัวตาอย่างรุนแรง และมีขี้ตาสีเหลืองเขียวไหลออกมา หากเชื้อโรคเหล่านี้แพร่กระจายไปที่กระจกตา อาจทำให้เกิดโรคกระจกตาอักเสบเป็นแผลติดเชื้อ ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงที่อาจส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

สัญญาณเตือนที่บอกว่าน้ำตาคลอเบ้าธรรมดา เริ่มกลายเป็นเรื่องใหญ่

หมออยากแนะนำให้หมั่นสังเกตอาการของตนเองและคนใกล้ชิด หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาโดยละเอียด:

  • มีน้ำตาไหลพรากตลอดเวลา โดยไม่มีสิ่งกระตุ้น เช่น ลม ฝุ่น หรือควัน
  • มองเห็นภาพมัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อน้ำตาคลอ และอาการมัวจะดีขึ้นชั่วคราวเมื่อซับน้ำตาออก
  • มีขี้ตาหนืดๆ เป็นมูกหรือเป็นหนองสีเหลืองเขียวเกาะตามขนตา โดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้า
  • ผิวหนังบริเวณหัวตาใกล้ๆ ดั้งจมูกมีอาการบวม แดง กดเจ็บ หรือมีหนองไหลย้อนออกมาเมื่อกดเบาๆ
  • ตาแดงเรื้อรัง รักษาด้วยยาหยอดตาฆ่าเชื้อทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้น

วิธีรักษาเพื่อคืนความคมชัดและเบาสบายให้ดวงตา

การรักษาภาวะท่อน้ำตาอุดตันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด โดยจักษุแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามความรุนแรงและสาเหตุของแต่ละบุคคล ดังนี้

  • การนวดท่อน้ำตา: มักใช้ได้ผลดีในกลุ่มเด็กทารกแรกเกิดที่ท่อน้ำตายังเปิดไม่สมบูรณ์ โดยแพทย์จะแนะนำวิธีนวดกดบริเวณถุงน้ำตาอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยเปิดทางระบาย
  • การแยงและล้างท่อน้ำตา: สำหรับผู้ใหญ่ที่มีการอุดตันบางส่วน แพทย์อาจใช้อุปกรณ์ปลายทู่ขนาดเล็กช่วยแยงเพื่อขยายช่องทางระบายร่วมกับการใช้น้ำเกลือล้างสิ่งอุดตัน
  • การผ่าตัดทำทางระบายน้ำตาใหม่ (DCR): ในรายที่ท่อน้ำตาอุดตันสมบูรณ์ แพทย์จะแนะนำการผ่าตัดเพื่อเชื่อมต่อถุงน้ำตาเข้ากับโพรงจมูกโดยตรง ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก สามารถผ่าตัดผ่านกล้องเอนโดสโคปทางรูจมูกได้โดยไม่มีแผลเป็นภายนอก ช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

ดวงตาเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างยิ่ง หากเริ่มรู้สึกว่าน้ำตาไหลเอ่อผิดปกติและบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น อย่าละเลยหรือคิดว่าเป็นเพียงเรื่องธรรมชาติของอายุที่มากขึ้น การเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยปกป้องดวงตาคู่สำคัญจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และช่วยคืนการมองเห็นที่คมชัดสดใสให้กลับมาอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down