ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้เวลาเดินเข้าร้านขายยาหรือเดินตามซูเปอร์มาร์เก็ต หลายคนน่าจะเคยเห็นกระปุกวิตามินหลากหลายรูปแบบวางเรียงรายละลานตา หนึ่งในวิตามินที่คุ้นหูก and ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานคงหนีไม่พ้นวิตามินอีครับ หมอมักจะเจอคำถามบ่อยมากจากคนไข้ที่เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องผิวพรรณ รอยแผลเป็น หรือการดูแลตัวเองให้ดูอ่อนเยาว์ ว่าตกลงแล้ววิตามินอีและการใช้สารต้านอนุมูลอิสระในการรักษานี้มันดีจริงไหม และควรกินหรือทายังไงถึงจะปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เหมือนนั่งคุยกันที่ห้องตรวจเลยครับ

ทำไมร่างกายถึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินอีสำคัญอย่างไร

ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักกับเจ้าตัวร้ายที่ชื่อว่าอนุมูลอิสระ (Free Radicals) กันก่อนครับ เจ้าตัวนี้เปรียบเสมือนขยะเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายจากกระบวนการเผาผลาญ หรือถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด มลพิษ ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ หรือแม้แต่ความเครียด เมื่ออนุมูลอิสระเหล่านี้มีปริมาณมากเกินไป มันจะวิ่งไปทำลายเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย หรือแม้กระทั่งอักเสบเรื้อรัง

ที่นี้แหละที่พระเอกของเราอย่างวิตามินอีจะก้าวเข้ามาช่วย วิตามินอีเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในไขมัน มีคุณสมบัติเด่นคือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก หน้าที่หลักของเขาคือการคอยดักจับและทำลายเจ้าอนุมูลอิสระตัวร้ายเหล่านั้น ก่อนที่มันจะเข้ามาทำลายผนังเซลล์ของเรา เปรียบเสมือนเกราะโล่คุ้มกันที่คอยปกป้องเซลล์ผิวและอวัยวะต่างๆ ให้ยังคงแข็งแรงและทำงานได้อย่างเป็นปกติ

วิตามินอีกับการดูแลผิวพรรณและแผลเป็น: ความจริงที่ควรรู้

เวลาพูดถึงวิตามินอี หลายคนมักจะนึกถึงการเอาแคปซูลเจลมาเจาะแล้วทาลงบนหน้าหรือรอยแผลเป็นตรงๆ หมอขอเบรกตรงนี้ไว้ก่อนนิดนึงนะครับ แม้ว่าวิตามินอีจะมีส่วนช่วยในการสมานแผลและลดการอักเสบได้จริง แต่การใช้วิธีเจาะแคปซูลสดๆ มาทาหน้าตรงๆ อาจไม่ได้ผลดีอย่างที่คิดสำหรับทุกคน แถมบางคนยังเจออาการแพ้ ผื่นคัน หรือเกิดสิวอุดตันตามมาอีกด้วย

ในทางการแพทย์และการรักษา เรามักจะแนะนำให้ใช้วิตามินอีในรูปแบบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ (Formulated Skincare) ซึ่งผ่านการผสมผสานกับส่วนผสมอื่นๆ ในสัดส่วนที่ปลอดภัยและซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่า ส่วนเรื่องรอยแผลเป็น วิตามินอีอาจช่วยให้เนื้อเยื่อมีความชุ่มชื้นและนุ่มขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แปลว่าทาแล้วแผลเป็นจะหายวับไปกับตาในชั่วข้ามคืนนะครับ การรักษาแผลเป็นให้ได้ผลดีต้องอาศัยเวลาและการรักษาที่ตรงจุดร่วมกับวิธีอื่น เช่น การใช้แผ่นซิลิโคนเจล หรือการทำเลเซอร์ตามคำแนะนำของแพทย์ผิวหนัง

กินวิตามินอีอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุดและไม่เป็นโทษ

สำหรับการรับประทานวิตามินอีเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและต้านอนุมูลอิสระ ร่างกายของเราไม่ได้ต้องการปริมาณที่มากมายมหาศาลเลยครับ การทานอาหารจากธรรมชาติถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอีชั้นดี ได้แก่ น้ำมันพืชต่างๆ ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน และผักใบเขียวบางชนิด

แต่ถ้าใครที่สนใจจะทานวิตามินอีในรูปแบบอาหารเสริม หมอมีข้อควรระวังสำคัญมาฝากครับ เพราะวิตามินอีเป็นวิตามินที่สะสมในร่างกายได้ (ละลายในไขมัน) หากทานในปริมาณที่สูงเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเกิดการสะสมและส่งผลกระทบต่อระบบการแข็งตัวของเลือดได้ โดยเฉพาะผู้รับประทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่แล้วควรระวังเป็นพิเศษ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อวิตามินเสริมมารับประทานเองทุกครั้ง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยกับร่างกายของเราจริงๆ ครับ

ทางเลือกอื่นในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่น่าสนใจ

นอกจากวิตามินอีแล้ว โลกของสารต้านอนุมูลอิสระยังมีตัวช่วยอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม เปรียบเสมือนทีมพิทักษ์ผิวและร่างกายที่คอยสนับสนุนกัน ตัวอย่างที่คุ้นเคยกันดีก็ได้แก่:

  • วิตามินซี: สารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำ ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันแล้ว ยังช่วยรีไซเคิลวิตามินอีที่ใช้งานแล้วให้กลับมาทำงานได้ใหม่อีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นคู่หูดูโอ้ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
  • โคเอนไซม์ คิวเทน (CoQ10): ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์และปกป้องผิวจากความเสื่อมโทรม
  • สารสกัดจากชาเขียวหรือเมล็ดองุ่น: เต็มไปด้วยสารโพลีฟีนอลที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในร่างกายได้ดี

ท้ายที่สุดนี้ การดูแลตัวเองไม่ให้ร่างกายเสื่อมก่อนวัยอันควรไม่ได้พึ่งพาแค่วิตามินอีหรือสารต้านอนุมูลอิสระเพียงอย่างเดียวนะครับ การพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำสะอาดให้เหมาะสม การหลีกเลี่ยงความเครียด และการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีและผิวพรรณที่สดใสจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืนครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down