ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมช่วงนี้ใครๆ ก็พูดถึงวิตามินอีและการใช้สารต้านอนุมูลอิสระในการรักษา

เวลาเดินเข้าไปในร้านขายยาหรือห้างสรรพสินค้า เรามักจะเห็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวางเรียงรายเต็มไปหมด โดยเฉพาะวิตามินอีที่หลายคนเชื่อว่าเป็นยาวิเศษช่วยเรื่องผิวพรรณหรือชะลอวัย แต่ในมุมมองทางการแพทย์ วิตามินอีและการใช้สารต้านอนุมูลอิสระในการรักษาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยความงามเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของกลไกการปกป้องเซลล์ในร่างกายที่ทำงานอย่างซับซ้อน

สารต้านอนุมูลอิสระทำงานอย่างไรในร่างกายของเรา

ลองจินตนาการว่าเซลล์ในร่างกายของเราเหมือนรถยนต์ที่ต้องเผาผลาญเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลา กระบวนการนี้ทำให้เกิดของเสียที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ (Free Radicals) ซึ่งเจ้าตัวร้ายนี้เองที่คอยจ้องจะไปทำลายผนังเซลล์และโครงสร้างดีเอ็นเอของเรา สารต้านอนุมูลอิสระจึงทำหน้าที่เหมือนเกราะคุ้มกันที่คอยดักจับอนุมูลอิสระเหล่านี้ก่อนที่จะไปสร้างความเสียหายให้แก่เนื้อเยื่อ

วิตามินอีคืออะไรและทำไมถึงสำคัญกับเซลล์

วิตามินอีถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้อง ผนังเซลล์ของเรา เพราะผนังเซลล์ส่วนใหญ่ประกอบด้วยไขมัน วิตามินอีจึงทำหน้าที่เป็นด่านหน้าคอยป้องกันไม่ให้ไขมันเหล่านั้นถูกออกซิไดซ์จนเสื่อมสภาพ

เราควรกินวิตามินอีให้ได้ประโยชน์สูงสุดอย่างไร

  • เน้นแหล่งอาหารธรรมชาติเป็นหลัก เช่น ถั่ว อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน และน้ำมันพืชสกัดเย็น
  • การรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อปรับขนาดให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายแต่ละคน
  • ควรรับประทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันประกอบอยู่บ้าง เพราะวิตามินอีจะดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อมีไขมันเป็นตัวช่วย

ความจริงเรื่องการใช้วิตามินอีรักษาโรคที่ต้องระวัง

แม้ว่าวิตามินอีจะมีประโยชน์ในการป้องกันความเสื่อมของเซลล์ แต่ไม่ใช่ว่ายิ่งกินเยอะยิ่งดี การได้รับวิตามินอีในปริมาณที่สูงเกินไปเป็นเวลานานอาจส่งผลข้างเคียงได้ เช่น เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกผิดปกติ เพราะวิตามินอีมีส่วนในการรบกวนการทำงานของเกล็ดเลือด ดังนั้นการใช้เพื่อรักษาโรคหรือภาวะสุขภาพเฉพาะเจาะจงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เสมอ

คำแนะนำจากหมอในการดูแลตัวเองด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

การพึ่งพาแต่วิตามินอีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ร่างกายเราต้องการสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลาย เช่น วิตามินซี หรือกลุ่มแคโรทีนอยด์จากผักผลไม้หลากสี ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานประสานกันได้ดีกว่าการกินวิตามินตัวเดียวในปริมาณสูง การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและการลดความเครียด คือวิธีที่ดีที่สุดในการลดการสร้างอนุมูลอิสระจากภายในร่างกายอย่างยั่งยืนที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down