ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาลูกน้อยตัวร้อน มีไข้สูง คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกังวลเรื่องไข้ แต่รู้ไหมว่าอีกภาวะหนึ่งที่อันตรายไม่แพ้กันและมักมาพร้อมไข้สูงก็คือ ภาวะขาดน้ำเฉียบพลันในทารก การที่ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่มากๆ สามารถส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายของลูกน้อยได้รวดเร็วและรุนแรง วันนี้คุณหมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร สังเกตอาการแบบไหน และเมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปพบคุณหมอทันที

ทำไมลูกน้อยถึงขาดน้ำได้ง่ายเมื่อมีไข้สูง?

ทารกและเด็กเล็กมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หลายเท่าตัวเลยครับ นั่นเป็นเพราะ:

  • สัดส่วนของน้ำในร่างกาย: ในทารกมีน้ำเป็นส่วนประกอบในร่างกายมากกว่าผู้ใหญ่
  • พื้นที่ผิวสัมผัส: เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวแล้ว ทารกมีพื้นที่ผิวสัมผัสมากกว่า ทำให้สูญเสียน้ำผ่านการระเหยทางผิวหนังได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเวลาที่มีไข้สูง ร่างกายจะพยายามระบายความร้อนออกมา
  • ระบบควบคุมอุณหภูมิ: ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายของเด็กยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ เมื่อมีไข้สูง จะเสียน้ำและเกลือแร่จากการขับเหงื่อและหายใจเร็วกว่าปกติ
  • สื่อสารไม่ได้: ลูกน้อยไม่สามารถบอกเราได้ว่ากระหายน้ำหรือรู้สึกไม่สบาย
  • อาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย: หากมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมกับไข้ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่า

ลูกน้อยกำลังขาดน้ำอยู่หรือเปล่า? สังเกตสัญญาณเหล่านี้

การประเมินภาวะขาดน้ำในทารก คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตจากอาการภายนอกได้ง่ายๆ ที่บ้านครับ หากพบสัญญาณเหล่านี้ อย่ารอช้า รีบปรึกษาแพทย์ทันที

ผิวหนัง ปาก และลิ้น บอกอะไรเราได้บ้าง

  • ปากและลิ้นแห้ง: ลองสังเกตดูว่าปากและลิ้นของลูกแห้งกว่าปกติไหม ถ้าใช้นิ้วสัมผัสที่เหงือกจะรู้สึกไม่เปียกชุ่ม
  • ร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา หรือมีน้อยมาก: ปกติเด็กร้องไห้จะมีน้ำตาไหลออกมา แต่ถ้าลูกขาดน้ำ น้ำตาอาจไม่มีหรือไม่ไหลเลย
  • ผิวหนังแห้ง ไม่ยืดหยุ่น: ลองบีบผิวหนังบริเวณหน้าท้องเบาๆ แล้วปล่อย ถ้าผิวหนังคืนตัวช้า หรือเป็นรอยย่นค้างอยู่ แสดงว่าขาดน้ำ
  • กระหม่อมบุ๋ม: ในทารกแรกเกิดถึงวัยขวบครึ่ง กระหม่อมด้านหน้าจะยังไม่ปิดสนิท ถ้าลูกขาดน้ำมาก กระหม่อมอาจจะบุ๋มลงไป

ตา หน้า และน้ำตาที่หายไป

  • ตาลึกโบ๋: สังเกตดวงตาลูกน้อยว่าดูร่วงโรย ลึกโบ๋ลงไปกว่าปกติหรือไม่
  • น้ำตาแห้งหายไปเมื่อร้องไห้: เป็นสัญญาณที่ชัดเจนอย่างหนึ่ง

ผ้าอ้อมลูกน้อยที่เปียกน้อยลง: สัญญาณสำคัญที่พ่อแม่ต้องไม่มองข้าม

  • ปัสสาวะน้อยลง หรือสีเข้มขึ้น: สังเกตจำนวนผ้าอ้อมที่เปียกในแต่ละวัน ถ้าลูกปัสสาวะน้อยลงอย่างชัดเจน (เช่น น้อยกว่า 6 ครั้งใน 24 ชั่วโมงสำหรับทารก) หรือมีสีเหลืองเข้มมาก นั่นคือสัญญาณเตือนสำคัญ
  • ไม่มีปัสสาวะนานกว่า 6-8 ชั่วโมง: ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปพบแพทย์

อาการอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าลูกกำลังแย่

  • ลูกซึมลง: ดูอ่อนเพลีย ไม่มีแรง งอแง หงุดหงิดง่ายผิดปกติ
  • หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว: สังเกตการหายใจว่าเร็วกว่าปกติหรือไม่ และชีพจรเต้นเร็วหรือเบาลง
  • แขนขาเย็นซีด: เป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำที่รุนแรงขึ้น

ลูกน้อยมีไข้สูง คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันการขาดน้ำ?

การป้องกันและแก้ไขภาวะขาดน้ำเบื้องต้นทำได้ไม่ยากครับ

  • ให้ลูกดื่มน้ำและนมบ่อยๆ: สำหรับทารกที่ยังกินนมแม่อยู่ ให้ดูดนมแม่ให้บ่อยขึ้น สำหรับทารกที่กินนมผงและเด็กโต ให้ดื่มน้ำสะอาด นม หรือน้ำผลไม้เจือจางบ่อยๆ ตลอดวัน
  • ใช้เกลือแร่สำหรับเด็ก (ORS): หากลูกมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนร่วมด้วย การให้จิบเกลือแร่สำหรับเด็กเป็นสิ่งสำคัญมาก ช่วยชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไปได้ดีกว่าน้ำเปล่า
  • ให้ยาตามอาการ: หากลูกมีไข้สูง ให้ยาลดไข้ตามขนาดที่แนะนำโดยแพทย์ และเช็ดตัวลดไข้เพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย
  • อยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก: ให้ลูกสวมเสื้อผ้าที่ไม่หนาจนเกินไป

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที?

หากคุณพ่อคุณแม่พบสัญญาณเหล่านี้ในลูกน้อย ไม่ควรลังเลใจ รีบพาลูกไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรงที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

  • ลูกซึมมาก ปลุกไม่ตื่น ไม่เล่น ไม่ตอบสนอง
  • ปัสสาวะน้อยมาก หรือไม่ปัสสาวะเลยนานกว่า 6-8 ชั่วโมง
  • ปากและลิ้นแห้งมาก ผิวหนังเหี่ยวย่น
  • ตาลึกโบ๋มาก กระหม่อมบุ๋มชัดเจน
  • หายใจเร็ว หอบ หรือมีอาการหอบเหนื่อย
  • ร้องไห้ไม่มีน้ำตา
  • แขนขาเย็นซีด
  • มีไข้สูงมากติดต่อกันนานหลายวัน หรือไข้ไม่ลง
  • อาเจียนหรือท้องเสียอย่างรุนแรง

การดูแลลูกน้อยเมื่อมีไข้เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษครับ การสังเกตอาการขาดน้ำตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ลูกได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีและปลอดภัย หากไม่แน่ใจหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down