ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกที่เคยน่ารัก ถึงกลายเป็นคนละคนเมื่อติดเกม?

ในห้องตรวจจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น คำถามหนึ่งที่หมอมักได้ยินบ่อยครั้งจากคุณพ่อคุณแม่คือ เหตุใดเด็กที่เคยน่ารัก ว่าว่าง่าย และสดใส ถึงกลายเป็นคนอารมณ์ร้อน ก้าวร้าว หรือเก็บตัวพูดคุยน้อยลงเมื่อเริ่มติดเกมอย่างหนัก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พฤติกรรมชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณเตือนของความสัมพันธ์ระหว่างการติดเกมกับบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

การติดเกมกับสมอง: เกิดอะไรขึ้นในหัวของเด็ก?

เพื่อจะเข้าใจว่าทำไมบุคลิกภาพถึงเปลี่ยนไป เราต้องเข้าใจกลไกทางประสาทวิทยาของการติดเกมเสียก่อน การเล่นเกม โดยเฉพาะเกมที่มีระบบให้รางวัลถี่ๆ จะกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารเคมีแห่งความสุขและความพึงพอใจในสมองส่วนระบบการให้รางวัล (Reward System)

เมื่อได้รับแรงกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง สมองจะเริ่มชินชาและต้องการการกระตุ้นที่รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ การตัดสินใจ และยับยั้งชั่งใจ ยังพัฒนาไม่เต็มที่ในวัยเด็กและวัยรุ่น ส่งผลให้สมองส่วนนี้ทำงานลดลง เกิดภาวะเสียสมดุลในการควบคุมตนเองและการแสดงออกทางบุคลิกภาพ

บุคลิกภาพที่มักเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเข้าสู่ภาวะติดเกม

การศึกษาวิทยาศาสตร์ทางจิตเวชพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการติดเกมกับบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลง สามารถแสดงออกได้ในหลายมิติ ดังนี้

  • ความอดทนต่ำ และอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย: เมื่อโลกในเกมตอบสนองความต้องการได้ทันที เด็กจึงเริ่มทนต่อความล่าช้าและความผิดหวังในชีวิตจริงได้น้อยลง เมื่อถูกขัดจังหวะขณะเล่นเกม หรือถูกสั่งให้หยุด จึงมักแสดงอาการระเบิดอารมณ์ ก้าวร้าวทั้งทางวาจาและพฤติกรรม
  • การแยกตัวจากสังคมและเข้าสังคมยากขึ้น: การทุ่มเทเวลาในโลกเสมือนจริงทำให้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในชีวิตจริงลดลง เด็กหลายคนเริ่มละทิ้งกิจกรรมที่เคยชอบ ไม่อยากพูดคุยกับครอบครัว และกลายเป็นคนเก็บตัวมากขึ้น
  • พฤติกรรมปิดบังและไม่ซื่อสัตย์: เมื่อความต้องการเล่นเกมมีมากกว่ากฎเกณฑ์ เด็กอาจเริ่มโกหก แอบเล่นเกมในเวลานอน หรือแอบนำเงินไปเติมเกม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับบุคลิกเดิมของเด็ก
  • ภาวะเฉื่อยชาและขาดแรงจูงใจ: สิ่งตอบแทนในชีวิตจริง เช่น ผลการเรียน การเล่นกีฬา หรือคำชมเชย ให้สารความสุขช้ากว่าในเกม ทำให้เด็กดูเหมือนคนขาดแรงบันดาลใจ ไม่อยากทำอะไรนอกจากนั่งหน้าจอ

พฤติกรรมเดิมหรือเกมเป็นตัวเปลี่ยน?

หลายท่านอาจสงสัยว่า เกมทำให้บุคลิกภาพเปลี่ยน หรือเด็กที่มีบุคลิกภาพบางอย่างอยู่แล้วจึงติดเกมง่ายกันแน่ คำตอบคือทั้งสองปัจจัยส่งผลซึ่งกันและกัน เด็กที่มีความกังวลใจ สูญเสียความมั่นใจในตนเอง หรือมีภาวะสมาธิสั้น มักใช้เกมเป็นช่องทางหลบหนีความเครียด แต่ในขณะเดียวกัน การติดเกมเป็นระยะเวลานานก็ตอกย้ำให้พฤติกรรมและบุคลิกภาพเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง เกิดเป็นวงจรที่ยากจะถอนตัว

วิธีรับมือและช่วยเหลืออย่างเข้าใจ โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์

การเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพจากภาวะติดเกม ไม่ใช่สิ่งที่แก้ไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ ความใจเย็น และกลยุทธ์ที่ถูกต้องจากครอบครัว

1. ปรับมุมมองจากการลงโทษเป็นการรับฟัง

การดุด่าหรือตัดอินเทอร์เน็ตทันที มักตอกย้ำให้อารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงยิ่งขึ้น ลองเริ่มต้นด้วยการนั่งพูดคุยขณะที่เด็กไม่ได้เล่นเกม ถามถึงความรู้สึกและสิ่งที่เขากำลังเผชิญในโลกของเกมอย่างเปิดใจ

2. กำหนดขอบเขตที่ชัดเจนและมีส่วนร่วม

สร้างกติการ่วมกันในบ้าน เช่น เวลาเล่นเกมที่เหมาะสม โดยให้เด็กมีส่วนร่วมในการเสนอกติกา เพื่อให้เขารู้สึกได้รับความเคารพและมีความรับผิดชอบต่อข้อตกลง

3. เติมเต็มความสุขในชีวิตจริง

ช่วยเด็กค้นหากิจกรรมอื่นที่ตื่นเต้นและสร้างความภาคภูมิใจ เช่น การเล่นกีฬา ดนตรี หรือการท่องเที่ยวกับครอบครัว เพื่อสร้างสารความสุขตามธรรมชาติในชีวิตจริง

4. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

หากพฤติกรรมก้าวร้าวหรือการแยกตัวเริ่มส่งผลกระทบต่อการเรียน สุขภาพกาย หรือความปลอดภัยในครอบครัว การพาไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นหรือนักจิตวิทยา จะช่วยวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกและวางแผนปรับพฤติกรรมได้อย่างตรงจุด

บทสรุปจากหมอ

การติดเกมและการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกภาพเป็นเรื่องที่สามารถฟื้นฟูและแก้ไขได้ เด็กไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะตัวตนลึกๆ ของเขาเปลี่ยน แต่เพราะสมองและอารมณ์กำลังถูกครอบงำด้วยภาวะเสพติด ความรัก ความเข้าใจ และขอบเขตที่อบอุ่นจากครอบครัว คือกุญแจสำคัญที่สุดในการพาเด็กกลับคืนสู่โลกความเป็นจริงอย่างมีความสุข

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down