ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงดูเปลี่ยนไป เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่กดดัน

เวลาที่พ่อแม่เห็นลูกแสดงท่าทีแปลกไปหลังจากย้ายโรงเรียนใหม่ เจอเหตุการณ์สะเทือนใจ หรือแม้แต่การมีน้องใหม่ หลายครั้งลูกไม่ได้ตั้งใจจะดื้อหรือก้าวร้าวอย่างที่เห็น แต่อาจเป็นเพราะลูกกำลังพยายามใช้วิธีบางอย่างเพื่อปกป้องความรู้สึกตัวเองที่กำลังเปราะบาง ซึ่งในทางจิตวิทยาเราเรียกว่า กลไกการป้องกันทางจิตใจของเด็ก ที่กำลังพยายามปรับตัวกับโลกใบใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

กลไกการป้องกันทางจิตใจคืออะไร เหมือนกำแพงที่ลูกสร้างขึ้นหรือเปล่า

เปรียบเทียบง่ายๆ คือเมื่อเด็กเผชิญกับสิ่งที่น่ากลัวหรือทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย จิตใจของเขาจะสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ความเจ็บปวดหรือความกังวลนั้นส่งผลกระทบต่อความรู้สึกจนเกินรับไหว เป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่ตัวเด็กเองก็ไม่รู้ตัว

สารพัดวิธีที่ลูกใช้เพื่อปกป้องตัวเองจากความเครียด

กลไกเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นสัญญาณที่บอกว่าลูกกำลังต้องการความช่วยเหลือในการจัดการกับอารมณ์ข้างใน สิ่งที่พ่อแม่มักพบเห็นได้บ่อย ได้แก่

  • การปฏิเสธความจริง: เช่น ลูกอาจทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เพิ่งเจอเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ เพื่อหลีกเลี่ยงความทุกข์
  • การถดถอยพฤติกรรม: เด็กที่โตแล้วอาจกลับมาฉี่รดที่นอน ร้องไห้งอแง หรือติดตุ๊กตาตัวเก่าเหมือนเด็กเล็กๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจและความอบอุ่น
  • การย้ายที่ของอารมณ์: โกรธคนหนึ่งแต่ไปลงกับอีกคน เช่น โกรธครูที่โรงเรียนแต่กลับมาตีตุ๊กตาหรือแสดงอาการก้าวร้าวใส่คนในครอบครัว
  • การเก็บกดความรู้สึก: พยายามทำตัวเงียบเฉย ไม่พูดถึงปัญหา หรือแกล้งทำเป็นมีความสุขทั้งที่ข้างในไม่ได้รู้สึกแบบนั้น

เมื่อไหร่ที่พฤติกรรมของลูกเริ่มไม่ใช่แค่เรื่องปรับตัว

ถึงแม้กลไกเหล่านี้จะเป็นเรื่องปกติที่เด็กทุกคนทำได้บ้าง แต่หากพฤติกรรมเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แยกตัวออกจากสังคมอย่างชัดเจน หรือมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่ากลไกป้องกันใจของลูกอาจทำงานหนักเกินไปจนรับมือไม่ไหว

พ่อแม่จะช่วยลูกให้ก้าวผ่านความกังวลนี้ไปได้อย่างไร

การเข้าใจว่าพฤติกรรมที่เห็นคือวิธีที่ลูกใช้ปกป้องใจตัวเอง จะช่วยให้พ่อแม่ใจเย็นลงและเข้าหาลูกได้ถูกวิธีมากขึ้น

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน: ให้พื้นที่ลูกได้ระบายความรู้สึก ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดูเล็กน้อยแค่ไหนสำหรับเรา
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยที่บ้าน: ทำให้บ้านเป็นที่ที่ลูกสามารถถอดกำแพงป้องกันตัวเองออกได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิ
  • ให้เวลากับการปรับตัว: ทุกคนมีจังหวะเวลาในการก้าวข้ามปัญหาไม่เท่ากัน ความเข้าใจและความอดทนของพ่อแม่คือยาที่ดีที่สุด
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากจำเป็น: หากพบว่าลูกมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ การปรึกษาจิตแพทย์เด็กหรือนักจิตวิทยาจะช่วยให้ลูกค้นพบวิธีการจัดการกับปัญหาที่เหมาะสมและยั่งยืนกว่าเดิม
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down