ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกระเบิดอารมณ์ใส่ อาละวาดกรี๊ดกร๊าดรุนแรง หรือขว้างปาสิ่งของจนบ้านแทบแตก จนอดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นเพียงพฤติกรรมตามวัยหรือลูกกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างเกี่ยวกับ โรคอารมณ์และพฤติกรรมในเด็ก กันแน่ ในฐานะหมอที่ตรวจเด็กๆ มาเยอะ ยอมรับเลยว่าเส้น โรคอารมณ์และพฤติกรรมในเด็ก กับความซนตามวัยนั้นบางมาก และการทำความเข้าใจให้ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งไปในทางที่ดีขึ้นได้มากทีเดียว
ลูกแค่ซนตามวัย หรือกำลังเผชิญกับโรคอารมณ์และพฤติกรรมในเด็กกันแน่?
เด็กทุกคนย่อมมีความดื้อ ความซน และความเอาแต่ใจเป็นธรรมดาตามพัฒนาการสมองที่กำลังเติบโต แต่ความต่างที่หมอมักจะบอกคุณพ่อคุณแม่เสมอคือ เรื่องของความถี่ ความรุนแรง และผลกระทบที่เกิดขึ้น ถ้าลูกโกรธ โมโหร้าย หรือต่อต้านจนกระทั่งเพื่อนไม่เล่นด้วย ครูบ่นทุกวัน หรือครอบครัวไม่มีความสุขเลย แบบนี้เริ่มไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว โรคอารมณ์และพฤติกรรมในเด็ก มักจะแสดงออกมาในรูปแบบที่เกินกว่าระดับที่เด็กในวัยเดียวกันควรจะเป็น และกินระยะเวลานานหลายเดือนจนกระทั่งรบกวนชีวิตประจำวันอย่างเห็นได้ชัด
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าถึงเวลาต้องพามาหาหมอเด็ก
อาการของเด็กกลุ่มนี้มักจะแบ่งออกเป็นความผิดปกติทางอารมณ์และความผิดปกติทางพฤติกรรม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน
- อารมณ์แปรปรวนรุนแรงและควบคุมไม่ได้: หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย ชนิดที่เรียกว่าฟิวส์ขาดได้ตลอดเวลา แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม
- พฤติกรรมก้าวร้าวต่อต้าน: เถียงคำไม่ตกฟาก ตั้งใจฝ่าฝืนกฎของบ้านหรือโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ และมักแสดงท่าทีเป็นศัตรู
- ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น: เวลาโกรธมักจะทุบตีคนอื่น กัด หยิก หรือทำร้ายข้าวของ รวมถึงการขู่ทำร้ายตัวเองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ
- ปัญหาความสัมพันธ์รอบตัว: เข้ากับเพื่อนไม่ได้เพราะเอาแต่ใจตัวเองสูง หรือถูกกีดกันออกจากกลุ่มเพราะควบคุมอารมณ์ไม่ได้
กลุ่มโรคพบบ่อยที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมชวนปวดหัว
เวลาพูดถึง โรคอารมณ์และพฤติกรรมในเด็ก ในทางการแพทย์ เราไม่ได้มองว่าเป็นแค่เด็กดื้อนิสัยไม่ดี แต่เรามองลึกลงไปถึงโรคเฉพาะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เช่น โรคซนสมาธิสั้น โรคอารมณ์สองขั้วในวัยเด็ก หรือโรคความประพฤติที่มีปัญหาการควบคุมอารมณ์และความโกรธ ซึ่งโรคเหล่านี้มีกลไกทางเคมีในสมองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เหมือนเด็กทั่วไป ต่อให้ดุหรือตีอย่างไร สมองส่วนที่ทำหน้าที่ยับยั้งชั่งใจก็ยังทำงานได้ไม่เต็มที่อยู่ดี
วิธีดูแลและช่วยเหลือเมื่อลูกน้อยมีปัญหาอารมณ์พฤติกรรม
ข่าวดีคือ โรคอารมณ์และพฤติกรรมในเด็ก ส่วนใหญ่สามารถปรับดีขึ้นได้มากถ้ารักษาและปรับสภาพแวดล้อมให้ถูกวิธี แนวทางหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กฝ่ายเดียว แต่อยู่ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนรอบข้างด้วย
การปรับพฤติกรรมเชิงบวกในครอบครัว
คุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้เทคนิคการสื่อสารและการตั้งกฎที่ชัดเจน เลิกใช้การด่าทอหรือใช้ความรุนแรงเพราะจะยิ่งทำให้เด็กก้าวร้าวตาม แต่ให้เน้นการชมเชยเมื่อเด็กทำดี และการลงโทษด้วยวิธีสงบสติอารมณ์ เช่น การให้เวลาทบทวนตัวเองระยะสั้น แทนการตี
การปรึกษาจิตแพทย์เด็กและนักจิตวิทยา
การพบหมอเด็กไม่ได้แปลว่าลูกเป็นบ้า แต่เป็นการตรวจประเมินหาต้นตอที่แท้จริง บางครั้งอาจต้องใช้ร่วมกับการทำจิตบำบัด การฝึกทักษะทางสังคม หรือในบางเคสที่อาการรุนแรงมาก หมออาจพิจารณาใช้ยาช่วยปรับสารสื่อประสาทในสมองร่วมด้วย เพื่อให้เด็กสามารถควบคุมตัวเองและพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
สุดท้ายนี้ อยากฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านว่า เบื้องหลังเด็กที่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือเจ้าอารมณ์ มักจะมีเด็กที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือซ่อนอยู่เสมอ การเข้าใจและพามาตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ คือของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้กับอนาคตของเขาได้