ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

มีคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกด้วยความกังวลใจ บางคนกำลังรักษาสถานะโรคพุ่มพวง (SLE) บางคนเพิ่งเปลี่ยนถ่ายอวัยวะมา หรือบางคนกำลังอยู่ในช่วงเคโมบำบัดเพื่อรักษามะเร็ง คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้รับอยู่เสมอก็คือ ร่างกายที่ไม่แข็งแรงเหมือนคนอื่นแบบนี้ จะฉีดวัคซีนได้ไหม ฉีดแล้วจะอันตรายหรือเปล่า

หมออยากบอกว่า การรับวัคซีนในผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อระบบป้องกันภัยของร่างกายเราทำงานได้ลดลง โอกาสที่จะติดเชื้อรุนแรงจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย การใช้วัคซีนเป็นตัวช่วยจึงเหมือนกับการติดเกราะเสริม เพียงแต่เกราะชิ้นนี้เราต้องเลือกใช้ให้ถูกชนิดและถูกจังหวะเวลาเท่านั้นเอง

ทำความเข้าใจชนิดของวัคซีน: แบบไหนปลอดภัย แบบไหนต้องเลี่ยงให้ไกล?

เวลาเราพูดถึงวัคซีน หมออยากให้ลองจินตนาการง่ายๆ ว่าวัคซีนในโลกนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งมีผลต่อคนไข้กลุ่มนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

1. วัคซีนเชื้อตาย และวัคซีนชนิดซับยูนิต (Inactivated & Subunit Vaccines)

วัคซีนกลุ่มนี้ทำมาจากเชื้อโรคที่ตายแล้ว หรือหยิบมาเฉพาะชิ้นส่วนเล็กๆ ของเชื้อโรคมากระตุ้นร่างกาย ข้อดีคือปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ในแง่ของการไม่มีวันที่จะแบ่งตัวมาทำร้ายเราได้เลย คนไข้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำสามารถฉีดได้ปลอดภัยแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือ ร่างกายของเราอาจสร้างระดับภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ไม่สูงเท่าคนทั่วไป ทำให้บางครั้งอาจต้องฉีดกระตุ้นซ้ำบ่อยกว่าปกติ ตัวอย่างของวัคซีนกลุ่มนี้ ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนตับอักเสบบี

2. วัคซีนเชื้อเป็น (Live Attenuated Vaccines)

นี่คือกลุ่มที่คนไข้กลุ่มนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ วัคซีนชนิดนี้ทำมาจากเชื้อโรคที่ยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ถูกทำให้อ่อนแรงลงจนไม่สามารถทำอันตรายคนปกติได้ แต่สำหรับคนไข้ที่กำลังกินยากดภูมิคุ้มกันหรือภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง เชื้อที่อ่อนแรงเหล่านี้อาจฟื้นตัวกลับมาแบ่งตัวจนทำให้เกิดการติดเชื้อจริงๆ ได้เลย ดังนั้น วัคซีนอย่างเช่น วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) วัคซีนอีสุกอีใส หรือวัคซีนไข้เหลือง จึงเป็นข้อห้ามเด็ดขาดในช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง

ใครบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่ม ‘ภูมิคุ้มกันบกพร่อง’ หรือได้รับยากดภูมิ?

หลายคนมักสับสนว่าตัวเองจัดอยู่ในกลุ่มนี้หรือไม่ หมอขอสรุปกลุ่มหลักๆ ที่ต้องวางแผนเรื่องวัคซีนร่วมกับแพทย์อย่างใกล้ชิดไว้ดังนี้

  • ผู้ป่วยโรคข้อและรูมาติซึม หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง (เช่น SLE, ข้ออักเสบรูมาตอยด์) ที่จำเป็นต้องกินยาเพรดนิโซโลน (Prednisolone) ขนาดสูง หรือยากดภูมิกลุ่มอื่นๆ รวมถึงยาฉีดชีววัตถุ (Biologics)
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสง
  • ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ หรือเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก ที่ต้องกินยากันการปฏิเสธอวัยวะไปตลอดชีวิต
  • ผู้ติดเชื้อ HIV โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับเม็ดเลือดขาว CD4 ยังต่ำกว่า 200 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร

จังหวะเวลาคือหัวใจสำคัญ: ควรฉีดวัคซีนตอนไหนดีที่สุด?

การจะฉีดวัคซีนให้ได้ผลดีและปลอดภัย ไม่ใช่แค่เดินไปอนามัยหรือโรงพยาบาลแล้วฉีดเลย แต่เราต้องดูเรื่องของ จังหวะเวลา หรือ Timing เป็นสำคัญ ซึ่งหมอมีหลักการจำง่ายๆ มาฝาก

  • ก่อนเริ่มยากดภูมิคุ้มกัน: หากรู้ตัวล่วงหน้าว่าต้องเริ่มยาเคมีบำบัดหรือยากดภูมิ หมอแนะนำให้รีบเคลียร์วัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วน โดยเฉพาะวัคซีนเชื้อตายควรฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และวัคซีนเชื้อเป็นควรกระทำล่วงหน้าอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนเริ่มยา
  • ระว่างช่วงที่ได้รับยากดภูมิ: เน้นฉีดเฉพาะวัคซีนเชื้อตายตามความจำเป็น (เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี) โดยหลีกเลี่ยงวัคซีนเชื้อเป็นทุกชนิด
  • หลังจากหยุดยากดภูมิแล้ว: หากโรครักษาจนสงบและแพทย์สั่งหยุดยากดภูมิแล้ว โดยทั่วไปควรรอประมาณ 1 ถึง 3 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่เคยได้รับ) เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันฟื้นตัวกลับมาเต็มที่ก่อน จึงจะกลับมาฉีดวัคซีนเชื้อเป็นได้ตามปกติ

วิธีเตรียมตัวและปฏิบัติตัวสำหรับคนไข้ก่อนไปฉีดวัคซีน

หากคนไข้มีคิวที่จะต้องไปรับการฉีดวัคซีน หมอแนะนำให้เตรียมความพร้อมด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้

อย่างแรกคือ อย่าลืมนำสมุดประวัติวัคซีนเดิมรวมถึงรายการยาที่กำลังกินอยู่ทั้งหมดไปแสดงให้แพทย์หรือพยาบาลดูเสมอ หากมีอาการไข้หนาวสั่น หรือมีอาการติดเชื้อเฉียบพลันในวันที่จะฉีด ควรแจ้งแพทย์เพื่อเลื่อนการฉีดออกไปก่อนจนกว่าร่างกายจะหายดี และสุดท้ายคือหลังฉีดวัคซีนเสร็จแล้ว ควรนั่งสังเกตอาการที่โรงพยาบาลต่ออย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีอาการแพ้รุนแรงเกิดขึ้น

วิธีดูแลคนรอบข้าง เพื่อสร้างเกราะป้องกันร่วมกันภายในบ้าน

เนื่องจากคนไข้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจจะสร้างภูมิจากการฉีดวัคซีนได้ไม่เต็มที่ อีกหนึ่งวิธีที่หมอแนะนำมากๆ และทำได้จริงคือ การให้สมาชิกทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไปรับวัคซีนให้ครบถ้วน โดยเฉพาะวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนโควิด วิธีนี้เรียกว่าการสร้างเกราะป้องกันล้อมรอบตัวคนไข้ (Cocoon Strategy) ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่คนในบ้านจะนำเชื้อจากภายนอกมาแพร่สู่ตัวคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

สุดท้ายนี้ หมออยากเน้นย้ำว่าภาวะร่างกายของคนไข้แต่ละคนมีความละเอียดอ่อนไม่เหมือนกันเลย การตัดสินใจเข้ารับวัคซีนจึงควรผ่านการพูดคุยและประเมินร่วมกับแพทย์ประจำตัวที่ดูแลโรคของท่านอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงต่อไป

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down