ช่วงนี้ตรวจคนไข้ทีไร หลายคนบ่นตรงกันว่าเพิ่งหายจากไข้หวัดได้ไม่ทันไร อาการเจ็บคอ น้ำูกไหล และไอแค๊กๆ ก็กลับมาเยือนอีกแล้ว บางคนบ่นว่าปีนี้เป็นหวัดมาสามสี่รอบจนร่างกายอ่อนเพลียไปหมด คำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากคือ ทำไมฉันถึงป่วยบ่อยจัง ทั้งที่ดูแลตัวเองดีแล้ว และจะมีวิธีตัดวงจรการเจ็บป่วยนี้อย่างไรไม่ให้วนกลับมาเป็นซ้ำอีก
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ร่างกายของเราไม่ได้ป่วยเพราะเชื้อโรคตัวเดิมกลับมาอาละวาดซ้ำ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากภูมิคุ้มกันที่ยังไม่ทันฟื้นตัวดี แล้วดันไปรับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือเชื้อตัวเดิมแต่ในช่วงที่ร่างกายกำลังอ่อนแอพอดี ทำให้ประตูป้อมปราการด่านแรกเปิดรับเชื้อโรคเข้ามาได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะในคนที่ต้องเจอผู้คนหนาแน่น พักผ่อนน้อย หรือมีความเครียดสะสม
ภูมิคุ้มกันตกหลุมพราง: ทำไมบางคนถึงป่วยวนไปวนมาไม่รู้จบ
เวลาที่เราเป็นหวัด เซลล์เม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกันต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกำจัดเชื้อโรคออกไป ช่วงที่เพิ่งหายดีจึงเป็นช่วงที่เปรียบเสมือนคนเพิ่งวิ่งมาราธอนเสร็จ กำลังเหนื่อยและต้องการเวลาพักฟื้น แต่ถ้าเรายังใช้ชีวิตหักโหม นอนดึก ดื่มน้ำน้อย หรือกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ภูมิคุ้มกันที่ควรจะแข็งแรงกลับอ่อนแอลงไปอีก
นอกจากนี้ ปัจจัยแวดล้อมรอบตัว เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ ความชื้น หรือการอยู่ในห้องแอร์ที่อากาศไม่ถ่ายเท ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจระคายเคืองและอักเสบเรื้อรัง เมื่อเยื่อบุอ่อนแอ เชื้อโรคก็เกาะติดและบุกรุกเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาดสักที
ปรับพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อตัดวงจรเชื้อโรค
การป้องกันการติดเชื้อซ้ำในระบบทางเดินหายใจ ไม่จำเป็นต้องกินยาวิตามินราคาแพงเสมอไป แต่เริ่มต้นจากการดูแลพื้นฐานของร่างกายให้แข็งแรงจากข้างใน ซึ่งหมอแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ทำตามได้จริงดังนี้
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนคือก1ระบวนการซ่อมแซมตัวเองที่ดีที่สุดของระบบภูมิคุ้มกัน การนอนหลับลึกอย่างน้อย 7 ถึง 8 ชั่วโมงในช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วยให้ร่างกายผลิตสารภูมิคุ้มกันออกมารับมือกับเชื้อโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ ในระหว่างวัน
น้ำช่วยให้เยื่อบุทางเดินหายใจมีความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติที่ไม่ให้เชื้อโรคเกาะติดได้ง่าย การจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ ยังช่วยขับเสมหะและบรรเทาอาการระคายคอได้ดีเยี่ยม
เกราะป้องกันด่านหน้า: การดูแลสุขภาพช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู
ช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น จากหน้าฝนเป็นหน้าหนาว หรือหน้าร้อนเป็นหน้าฝน เป็นช่วงที่ไวรัสในอากาศแพร่ระบาดได้ดีเป็นพิเศษ การเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปในที่ชุมชน หรือหมั่นล้างมือด้วยสบู่และแอลกอฮอล์เจลบ่อยๆ ยังคงเป็นคาถาป้องกันตัวที่ได้ผลชะงัดที่สุด
อีกเรื่องที่ละเลยไม่ได้คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักผลไม้สดที่มีวิตามินซีและวิตามินดีสูง เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาว พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายสุขภาพอย่างการสูบบุหรี่ หรืออยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่มือสอง เพราะสารพิษเหล่านี้จะไปทำลายเซลล์ขนกวาดสิ่งแปลกปลอมในหลอดลมโดยตรง ทำให้เราติดเชื้อได้ง่ายขึ้นกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างจริงจัง
หากคุณดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว แต่อาการป่วยยังคงกลับมาเป็นซ้ำทุกๆ สองสัปดาห์ หรือมีอาการเรื้อรังเกินกว่าปกติ เช่น ไอติดต่อกันนานเกินสามสัปดาห์ มีไข้สูงร่วมกับเจ็บหน้าอก หรือหายใจมีเสียงวี๊ด นั่นอาจไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา แต่อาจมีโรคประจำตัวอย่างภูมิแพ้หอบหืด หรือไซนัสอักเสบเรื้อรังซ่อนอยู่ การปล่อยไว้ไม่รักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้
การตัดวงจรการป่วยซ้ำซากต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องการพักผ่อน โภชนาการ และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง หากปรับพฤติกรรมเหล่านี้ได้ รับรองว่าสุขภาพทางเดินหายใจจะกลับมาแข็งแรง และคุณจะไม่ต้องทนทรมานกับอาการป่วยวนเวียนแบบเดิมอีกต่อไปอย่างแน่นอน