ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ลูกน้อยเริ่มมีอาการไอหรือน้ำูกไหลในช่วงนี้ หลายครอบครัวมักจะนึกถึงไข้หวัดธรรมดา แต่ถ้าสังเกตดีๆ อาการอาจจะไม่ได้จบแค่หวัดทั่วไป โดยเฉพาะในเด็กเล็กและทารกที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสตัวร้ายที่ชื่อว่าอาร์เอสวี ซึ่งมักจะระบาดในช่วงปลายฝนต้นหนาว หมอเลยอยากชวนพ่อแม่ทุกท่านมาทำความเข้าใจตั้งแต่สัญญาณเตือนแรก ไปจนถึงการดำเนินของโรค ว่าแต่ละช่วงเวลาเชื้อตัวนี้มันทำอะไรกับทางเดินหายใจของลูกเราบ้าง เพื่อที่เราจะได้ตั้งรับและพามาหาหมอได้ทันท่วงที

ช่วง 1-3 วันแรก: เริ่มต้นเหมือนหวัดธรรมดา แต่ระวังไว้ก่อน

ช่วงแรกของการติดเชื้อ อาการเริ่มแรกและการดำเนินของโรค จะมีความคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่หรือหวัดทั่วไปแบบแยกไม่ออกเลย ลูกอาจจะมีอาการน้ำมูกไหลใสๆ จามเบาๆ ไอเล็กน้อย และมีไข้ต่ำๆ หรือบางคนอาจจะไม่มีไข้เลยก็ได้ พ่อหลายคนเลยชะล่าใจคิดว่าเป็นแค่หวัดเด็ก เดี๋ยวก็หาย แต่ความจริงแล้ว นี่คือช่วงที่ไวรัสกำลังเริ่มเกาะติดและแพร่กระจายในเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน สิ่งสำคัญคือการเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด เพราะความรุนแรงของโรคนี้ยังไม่ได้แสดงออกมาในวันแรกๆ

วันที่ 4-5 ของโรค: อาการเริ่มลามลงปอดและหายใจเริ่มหอบเหนื่อย

จุดเปลี่ยนที่สำคัญจะเกิดขึ้นประมาณวันที่สี่หรือวันที่ห้า หลังจากที่เชื้อไวรัสเดินทางจากจมูกและคอ ลามลงไปถึงหลอดลมฝอยและเนื้อเยื่อปอด อาการไอจะเริ่มเปลี่ยนเป็นไอโขลกๆ แบบมีเสมหะลึกๆ และที่น่ากลัวคือลูกเริ่มมีอาการหายใจเร็ว หายใจแรง จนเห็นซี่โครงยุบ หรือเวลาหายใจมีเสียงวี๊ดเบาๆ ในอก นั่นแปลว่าทางเดินหายใจส่วนเล็กๆ เริ่มบวมตีบและมีเสมหะอุดกั้น เด็กบางคนอาจจะดูเพลียลง ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำเพราะเหนื่อยเวลาดูด ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังขาดน้ำและออกซิเจนเริ่มลดลง

จุดพีคของโรคและการฟื้นตัว: ลูกจะเริ่มดีขึ้นตอนไหน?

โดยทั่วไป อาการไอและหอบเหนื่อยจะเดินทางมาถึงจุดที่แย่ที่สุดหรือเรียกว่าจุดพีคในช่วงวันที่ห้าถึงวันที่เจ็ดของการป่วย หลังจากนั้น ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาการต่างๆ จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าอาการไอแห้งๆ อาจจะยังหลงเหลืออยู่ได้อีกเป็นสัปดาห์ แม้ว่าตัวไวรัสจะหมดฤทธิ์ไปแล้วก็ตาม เนื่องจากเยื่อบุหลอดลมยังต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมตัวเองค่อนข้างนาน ดังนั้นในช่วงที่ลูกเริ่มฟื้นตัว พ่อแม่ก็ยังต้องระวังเรื่องการติดเชื้อซ้ำซ้อนจากแบคทีเรียอื่นๆ ด้วย

อาการแบบไหนที่แปลว่าลูกไม่ไหวแล้ว ต้องรีบพามาหาหมอด่วน?

ถ้าลูกมีอาการเข้าข่ายเหล่านี้ หมอแนะนำว่าไม่ต้องรอให้ครบกำหนดหลายวัน รีบพามาโรงพยาบาลทันที:

  • หายใจหอบแรงจนซี่โครงบุ๋ม ท้องกระแทก หรือจมูกบานเวลาหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายเล็บ หรือผิวหนังเริ่มมีสีคล้ำหรือเขียวปน ซึ่งแปลว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่พอ
  • ซึมลงมากปลุกตื่นยาก หรือมีอาการกระสับกระส่าย
  • ไม่ยอมดูดนมหรือปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
การรู้ทันสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เด็กๆ รอดพ้นจากภาวะรุนแรงและได้รับการดูแลรักษาอย่างปลอดภัยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down