ช่วงนี้มีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจค่อนข้างบ่อยด้วยอาการผิวหนังอักเสบ แดง และคันยิบๆ ตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณที่เพิ่งไปโดนอะไรมาใหม่ๆ เช่น ขอบกางเกง สายนาฬิกา สร้อยคอ หรือแม้แต่ครีมบำรุงตัวใหม่ที่เพิ่งลองใช้ อาอาการเหล่านี้มักจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่ค่อยๆ แสดงตัวออกมาจนเราเริ่มสงสัยว่าผิวของเราไปแพ้อะไรมา
ในฐานะแพทย์ เวลาตรวจคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องผิวหนัง สิ่งแรกที่หมอมักจะถามเสมอคือ ช่วงนี้ไปสัมผัสอะไรมาบ้างไหม เพราะเจ้ารอยแดงอักเสบเหล่านี้มักมีเรื่องราวเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่เสมอ วันนี้หมอเลยอยากชวนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะผื่นแดงอักเสบตามผิวสัมผัสให้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อที่เราจะได้สังเกตตัวเองและดูแลผิวได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ
ผิวหนังกำลังบอกอะไร เมื่อจู่ๆ ก็มีผื่นแดงขึ้นตามจุดที่สัมผัส
เวลาที่ผิวของเราไปสัมผัสกับสารบางชนิดแล้วเกิดปฏิกิริยาขึ้นมา ทางการแพทย์เราจะแบ่งกลุ่มของผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสออกเป็นสองแบบหลักๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายและนึกภาพตามได้ทันที
- แบบระคายเคืองทันที (Irritant Contact Dermatitis): แบบนี้เกิดจากสารเคมีหรือสิ่งของที่มีฤทธิ์ระคายเคืองรุนแรง เช่น น้ำยาทำความสะอาด สบู่แรงๆ หรือกรดบางชนิด ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเกราะ ลักษณะผื่นแดงอักเสบตามผิวสัมผัส แบบนี้จะเกิดขึ้นไวมาก มักจะแสบมากกว่าคัน และเป็นเฉพาะจุดที่โดนสัมผัสเป๊ะๆ
- แบบแพ้ทางภูมิคุ้มกัน (Allergic Contact Dermatitis): แบบนี้จะซับซ้อนขึ้นมาหน่อย เพราะร่างกายของเราเคยรับสารนั้นมาแล้วกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้จำไว้ พอครั้งต่อไปมาโดนอีก ผิวถึงจะแสดงอาการออกมา เช่น อาการแพ้นิกเกิลจากเครื่องประดับ แพ้น้ำหอมในครีม หรือแพ้ยางบางชนิด ลักษณะผื่นแดงอักเสบตามผิวสัมผัส แบบนี้มักจะค่อยๆ แดงขึ้น มีตุ่มน้ำใส และคันมากในอีก 24 ถึง 48 ชั่วโมงต่อมา
แกะรอยลักษณะผื่นแดงอักเสบตามผิวสัมผัส หน้าตาแบบไหนบอกอะไรเราบ้าง
ความน่าสนใจของผิวหนังคือ รอยโรคที่ปรากฏบนผิวสามารถบอกเบาะแสให้หมอและตัวคนไข้เองรู้ได้ว่าต้นเหตุน่าจะมาจากอะไร ลองมาดูลักษณะผื่นแดงอักเสบตามผิวสัมผัสที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันกัน
ผื่นแดงขอบเขตชัดเจนตามทรงของวัตถุ
ถ้าเราเห็นผื่นแดงเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมตามสายนาฬิกา เป็นวงกลมรอบคอตามสร้อย หรือเป็นแถบยาวตามขอบเข็มขัด มักจะฟันธงได้ค่อนข้างแน่ชัดว่าเกิดจากการแพ้โลหะประเภทนิกเกิลที่ผสมอยู่ในเครื่องประดับเหล่านั้น ผิวหนังจะแดง บวมเล็กน้อย และหากปล่อยไว้นานอาจเริ่มมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กเกิดขึ้นตามรอยสัมผัส
ผื่นแดงกระจายตัวหลังลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่
บางคนทาครีม โลชั่น หรือใช้น้ำหอมตัวใหม่ แล้วจู่ๆ ก็มีผื่นแดงกระจายทั่วใบหน้า ลำคอ หรือแขน ลักษณะผื่นแดงอักเสบตามผิวสัมผัสกลุ่มนี้มักจะไม่จำกัดขอบเขตเป๊ะๆ แต่จะกระจายไปตามบริเวณที่เรามือไปลูบหรือเกลี่ยผลิตภัณฑ์นั้นๆ ร่วมกับมีอาการคันยิบๆ แสบผิวเวลาโดนเหงื่อหรือโดนน้ำ
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีผื่นแดงอักเสบจากการสัมผัส
ทันทีที่เราสังเกตเห็นว่าผิวเริ่มมีลักษณะผื่นแดงอักเสบตามผิวสัมผัส สิ่งสำคัญที่สุดคือการหยุดพฤติกรรมหรือหยุดใช้สิ่งของที่สงสัยทันที
- ล้างทำความสะอาดผิว: ใช้น้ำเปล่าสะอาดหรือสบู่สูตรอ่อนโยนมากๆ ชะล้างสารเคมีหรือสิ่งตกค้างออกจากผิวให้หมด เพื่อไม่ให้สารนั้นยังคงทำลายเกราะป้องกันผิวต่อเนื่อง
- งดการแกะเกา: แม้จะคันแค่ไหนก็พยายามเลี่ยงการเกา เพราะการเกาจะทำให้ผิวหนังถลอกและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งจะทำให้แผลหายช้าลงไปอีก
- การใช้ยาทาบรรเทาอาการ: ในเบื้องต้นอาจเลือกใช้ยาทากลุ่มสเตียรอยด์อ่อนๆ เพื่อลดการอักเสบ แต่ควรใช้ในระยะเวลาสั้นๆ และอยู่ในคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
เมื่อไหร่ถึงควรพาผิวไปพบแพทย์ผิวหนังโดยด่วน
แม้ว่าผื่นแพ้จากการสัมผัสส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นหลังหยุดสัมผัสสิ่งกระตุ้น แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย หมอแนะนำว่าควรเข้ามาให้คุณหมอตรวจดูอาการอย่างละเอียดดีกว่าครับ
- ผื่นแดงลุกลามอย่างรวดเร็ว กินพื้นที่ผิวหนังเป็นบริเวณกว้าง
- มีอาการบวมแดงมาก ร้อนผ่าว หรือมีหนองไหลออกมาจากตุ่มน้ำ
- มีไข้ร่วมด้วย หรือรู้สึกไม่สบายตัว
- อาการคันรุนแรงจนรบกวนการนอนหลับ และยาทาเบื้องต้นเอาไม่อยู่
ท้ายที่สุดนี้ การดูแลผิวพ้นจากการเกิดลักษณะผื่นแดงอักเสบตามผิวสัมผัสที่ดีที่สุด คือการใส่ใจสังเกตปฏิกิริยาของร่างกายตัวเองอยู่เสมอ เมื่อรู้ว่าแพ้อะไรก็ควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกราะคุ้มครองผิวของเรากลับมาแข็งแรงและพร้อมปกป้องเราได้เต็มที่เหมือนเดิมครับ