ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกตัวร้อนอีกแล้ว ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียกันแน่?

เวลาลูกน้อยเริ่มมีไข้ คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะกังวลและสงสัยว่าเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะคำว่า ไข้ เป็นเพียงสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม แต่จะแยกอย่างไรว่าสิ่งที่ลูกกำลังเผชิญอยู่คือเชื้อไวรัสที่พบบ่อย หรือเชื้อแบคทีเรียที่อาจต้องพึ่งพาคุณหมอและยาปฏิชีวนะ วันนี้เรามาไขข้อข้องใจเรื่อง ความแตกต่างระหว่างไข้จากการติด เชื้อทั้งสองชนิดนี้ให้ชัดเจนขึ้น

ลักษณะอาการของไข้จากเชื้อไวรัสที่พบบ่อย

ไข้ที่เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในเด็ก ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่นๆ โดยธรรมชาติของไวรัสจะมีวงจรชีวิตของมัน ซึ่งส่วนใหญ่ไข้จะหายได้เองหากร่างกายพักผ่อนเพียงพอและได้รับโภชนาการที่ดี

  • ไข้มักมาพร้อมกับอาการทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม น้ำมูกใส หรือเจ็บคอแบบคอแดงระเรื่อ
  • เด็กมักมีอาการงอแงแต่ยังพอกินนมหรือกินข้าวได้บ้าง
  • ไข้มักจะไม่สูงลอยยาวนานเกินไป ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 3-5 วัน
  • ตาอาจมีอาการแดงหรือมีขี้ตาใสๆ ร่วมด้วย

สังเกตอย่างไรว่าเป็นไข้จากเชื้อแบคทีเรีย

เชื้อแบคทีเรียมักทำให้ร่างกายแสดงอาการที่รุนแรงกว่าและมักจะลุกลามหากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อที่ตรงจุด หากสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ อาจเป็นไปได้ว่าลูกกำลังติดเชื้อแบคทีเรีย

  • ไข้สูงลอย ไข้ไม่ยอมลดแม้จะกินยาลดไข้แล้ว หรือไข้กลับมาสูงใหม่หลังจากที่เคยลดไปแล้ว
  • มีอาการเฉพาะจุดที่รุนแรง เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบจนมีหนอง เจ็บคอมากจนกลืนน้ำลายไม่ได้
  • น้ำมูกหรือเสมหะเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือเหลืองข้น
  • เด็กดูซึมลง ไม่เล่น ไม่ยอมกินข้าว กินนม และมีท่าทางอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าลูกไข้สูงกี่องศาที่ควรรีบพามาหาหมอ

ไม่ว่าต้นเหตุจะมาจากไวรัสหรือแบคทีเรีย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเฝ้าระวังอาการที่บ่งบอกว่าร่างกายรับมือไม่ไหว โดยคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกมาพบแพทย์ทันทีหากพบอาการดังต่อไปนี้

  • เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียสถือเป็นกรณีเร่งด่วน
  • ลูกมีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือหอบเหนื่อยหายใจเร็ว
  • มีอาการชักจากไข้สูง
  • อาเจียนบ่อย หรือถ่ายเหลวเป็นมูกเลือดจนเริ่มมีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง หรือปัสสาวะน้อยลง
  • ไข้สูงติดต่อกันนานเกิน 3 วันโดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

ยาปฏิชีวนะไม่ใช่คำตอบของทุกความป่วย

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการคิดว่าไข้ทุกชนิดต้องกินยาฆ่าเชื้อ ความจริงแล้วยาปฏิชีวนะใช้สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น หากลูกป่วยด้วยเชื้อไวรัส การกินยาฆ่าเชื้อจะไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้น ซ้ำยังทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต ดังนั้นการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อแยกแยะชนิดของเชื้อจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการวางแผนการรักษาเพื่อให้ลูกน้อยฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down