ช่วงนี้หลายคนคงคิดถึงบรรยากาศการไปนั่งกินอาหารทะเลริมทะเล ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ที่สดใหม่และเนื้อหวานฉ่ำ แต่หมออยากชวนมาคุยเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมักมองข้าม เวลาที่เราไปเที่ยวทะเลหรือเดินตลาดสด แล้วเผลอกินอาหารทะเลที่สุกๆ ดิบๆ เข้าไป รู้ไหมว่าเรากำลังเอาสุขภาพไปเสี่ยงกับเชื้อโรคตัวร้ายที่ซ่อนอยู่
ความเสี่ยงโรคอาหารเป็นพิษจากเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มวิบริโอ หรือที่เรารู้จักกันในทางการแพทย์ว่าเชื้อ Vibrio ถือเป็นภัยเงียบที่มากับอาหารทะเล และมักจะมาเยือนเราในยามที่เราไม่ทันตั้งตัว บทความนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ว่าเจ้าเชื้อตัวนี้คืออะไร ทำไมถึงอันตราย และเราจะปกป้องตัวเองและคนที่เรารักได้อย่างไรบ้าง
ทำความรู้จักเจ้าเชื้อแบคทีเรีย Vibrio ตัวการร้ายในอาหารทะเล
เชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Vibrio เป็นเชื้อที่ชอบน้ำเค็มและน้ำกร่อยเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่น้ำทะเลอุ่นขึ้น เจ้าเชื้อพวกนี้จะพากันเจริญเติบโตและแบ่งตัวกันอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ โดยสายพันธุ์ที่มักจะทำให้คนไข้ต้องหามเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ มีอยู่หลักๆ สองตัว
ตัวแรกคือ Vibrio parahaemolyticus เจ้าตัวนี้ชอบเกาะอยู่ตามอาหารทะเลจำพวกหอยแครง หอยนางรม กุ้ง และปู ถ้าเรากินแบบสุกๆ ดิบๆ หรือกินของที่ปนเปื้อนเข้าไป เจ้าตัวนี้จะเข้าไปอาศัยอยู่ในลำไส้ของเรา ทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง
ส่วนอีกตัวที่อันตรายกว่ามากและหมออยากเตือนเป็นพิเศษคือ Vibrio vulnificus แม้จะพบได้น้อยกว่า แต่ถ้าใครได้รับเชื้อนี้เข้าไป ไม่ว่าจะจากการกินอาหารทะเลดิบ หรือจากบาดแผลที่ไปโดนน้ำทะเลแล้วเชื้อเข้าแผล บอกเลยว่าอาการรุนแรงมาก เชื้อสามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เนื้อเยื่อเน่าตาย และอันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาอันสั้น
อาการเตือนแบบไหนที่บอกว่าคุณกำลังโดนเชื้อ Vibrio เล่นงาน
เวลาที่คนไข้มาหาหมอด้วยอาการจากเชื้อกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นหลังจากกินอาหารทะเลเข้าไปประมาณ 12 ถึง 24 ชั่วโมง อาการมักจะมาแบบตั้งตัวไม่ทันและค่อนข้างรุนแรงกว่าอาหารเป็นพิษทั่วไป
- ปวดท้องบิดเกร็งอย่างรุนแรง: มักจะปวดบริเวณรอบสะดือหรือท้องน้อยแบบจุกเสียด
- ท้องเสียถ่ายเหลวเป็นน้ำ: บางคนอาจถ่ายวันละหลายๆ รอบจนร่างกายอ่อนเพลีย
- คลื่นไส้และอาเจียน: ทานอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาหมด
- มีไข้สูงและหนาวสั่น: ร่างกายพยายามต่อสู้กับการติดเชื้อทำให้มีไข้ร่วมด้วย
สำหรับคนที่ติดเชื้อรุนแรงหรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง โรคเบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้ออาจจะลามเข้ากระแสเลือด ทำให้ความดันโลหิตตก มีตุ่มน้ำใสหรือแผลพุพองตามผิวหนัง ซึ่งกลุ่มนี้ต้องรีบมาพบแพทย์โดยด่วนเพราะอันตรายมาก
ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอันตราย ถ้ารับเชื้อนี้เข้าไป
ทุกคนมีโอกาสท้องเสียจากอาหารทะเลได้หมด แต่มีคนบางกลุ่มที่ถ้าโดนเชื้อ Vibrio เข้าไปแล้ว อาการจะหนักกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว หมออยากให้ระวังเป็นพิเศษถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเหล่านี้
คนที่เป็นโรคตับเรื้อรังหรือโรคตับแข็ง ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับหนึ่ง เพราะตับทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคได้ไม่ดีเหมือนคนปกติ ทำให้เชื้อกระจายตัวในกระแสเลือดได้ง่าย นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน โรคไต ผู้ที่กำลังกินยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้สูงอายุ ก็ต้องระมัดระวังเรื่องการกินอาหารทะเลเป็นพิเศษ งดของดิบเด็ดขาด
วิธีป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากเชื้อ Vibrio แบบทำได้จริงในชีวิตประจำวัน
หมอไม่ได้ห้ามไม่ให้กินอาหารทะเลนะครับ เพราะอาหารทะเลมีประโยชน์และอร่อยมาก แต่เราต้องกินด้วยความระมัดระวังและถูกสุขลักษณะ เพื่อความปลอดภัยของลำไส้เราเอง
- เลือกกินแบบสุกความร้อนถึง: หลีกเลี่ยงเมนูหอยแครงลวกแบบเลือดซ่าๆ หรือหอยนางรมสดที่ไม่มีความมั่นใจเรื่องความสะอาด การต้ม นึ่ง หรือย่าง ต้องให้สุกทั่วถึงจริงๆ จนเนื้ออาหารเปลี่ยนเป็นสีทึบ
- ระวังเรื่องการปนเปื้อนในครัว: เวลาทำอาหารเองที่บ้าน ห้ามใช้เขียงและมีดร่วมกันระหว่างเนื้อสัตว์ดิบและอาหารที่สุกแล้ว เพื่อไม่ให้เชื้อโรคจากอาหารทะเลดิบมาติดอาหารที่เราจะกิน
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง: หลังหยิบจับอาหารทะเลดิบ ควรล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดก่อนไปหยิบจับอย่างอื่น หรือก่อนรับประทานอาหาร
- ระวังแผลโดนน้ำทะเล: ถ้าใครมีแผลที่มือหรือขา ควรงดการลงเล่นน้ำทะเล หรือใส่ที่ปิดแผลกันน้ำให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อ Vibrio เข้าทางแผล
สุดท้ายนี้ หากกินอาหารทะเลแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง ถ่ายไม่หยุด หรือมีไข้สูง อย่าปล่อยทิ้งไว้จนร่างกายขาดน้ำ รีบมาพบแพทย์เพื่อให้คุณหมอตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างทันท่วงทีจะดีที่สุดครับ