ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนน่าจะเคยสังเกตตัวเองเวลามีเรื่องเครียดจัดๆ ใกล้สอบ ต้องพรีเซนต์งานสำคัญ หรือเจอเรื่องกดดันในชีวิตประจำวัน จู่ๆ ก็รู้สึกปวดมวนท้อง ท้องไส้ปั่นป่วน จนต้องวิ่งเข้าห้องน้ำกะทันหัน หรือบางคนก็กลายเป็นคนท้องผูกไปเลยหลายวัน อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องคิดไปเองและไม่ได้บังเอิญเกิดขึ้น แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าสมองและลำไส้ของเรากำลังคุยกันอยู่

เส้นประสาทสมองกับลำไส้คุยอะไรกัน ทำไมเครียดแล้วท้องพัง?

ในทางการแพทย์ เราเรียกความสัมพันธ์นี้ว่าแกนสมองและลำไส้ ซึ่งหมายถึงระบบประสาทในลำไส้ที่มีเซลล์ประสาทอยู่มหาศาลเปรียบเสมือนสมองส่วนที่สองของร่างกาย ลำไส้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารอย่างเดียว แต่ยังมีความรู้สึกและเชื่อมตรงกับสมองใหญ่ของเราตลอดเวลา

เวลาที่เราเผชิญกับภาวะเครียดและวิตกกังวลส่งผลต่อการทำงานของระบบนี้ทันที สมองจะสั่งหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ทำให้ระบบย่อยอาหารรวนไปหมด บางคนลำไส้บีบตัวเร็วเกินไปจนเกิดอาการท้องเสีย แต่บางคนลำไส้กลับหยุดทำงานชั่วคราวกลายเป็นท้องผูก

อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าลำไส้กำลังประท้วงเพราะความเครียด?

อาการทางเดินอาหารที่เชื่อมโยงกับความเครียดมักจะมาแบบหาตัวจับยาก ตรวจเช็กอะไรทางร่างกายก็มักจะไม่พบแผลหรือโรคร้ายแรง แต่คนไข้จะทรมานกับอาการเหล่านี้เป็นประจำ:

  • ปวดท้องและแน่นท้องเรื้อรัง: มักปวดบริเวณรอบสะดือหรือท้องน้อย และมักจะดีขึ้นหลังจากการขับถ่าย
  • ระบบขับถ่ายรวนเร: สลับระหว่างท้องเสียและท้องผูกอย่างไร้เหตุผล
  • มีลมในท้องเยอะ: เรอ แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ แม้จะกินอาหารย่อยง่ายก็ตาม
  • คลื่นไส้พะอืดพะอม: รู้สึกอยากอาเจียนเวลาเจอเรื่องเครียดมากๆ

วิธีดูแลลำไส้และจัดการความเครียดให้กลับมาปกติ

การแก้ปัญหาเรื่องท้องพังจากความเครียดให้หายขาด เราจะมุ่งเน้นไปที่การกินยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้ออย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูแลต้นตอที่สมองและจิตใจร่วมด้วย วิธีการเบื้องต้นที่หมอมักจะแนะนำคนไข้มีดังนี้ครับ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร

เลือกกินอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงอาหารอุตสาหกรรมหรืออาหารที่ย่อยยากในช่วงที่รู้สึกเครียดจัด เพื่อไม่ให้ลำไส้ต้องทำงานหนักเกินไป อาหารหมักดองหรือโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ดีก็ช่วยฟื้นฟูสมดุลในลำไส้ได้ดีเช่นกัน

หาทางระบายความเครียดระหว่างวัน

เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าแบกรับความกดดันไม่ไหว ลองหยุดพัก หายใจเข้าออกลุกส์ลึก หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินเร็วยังช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้กลับมาเคลื่อนไหวเป็นปกติได้

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด?

แม้ว่าอาการปวดท้องส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับความเครียด แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมครับ:

  • มีเลือดปนมากับอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีดำสนิท
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวดท้องเรื้อรัง
  • ตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะปวดท้องหรือต้องลุกมาเข้าห้องน้ำ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down