ในฐานะหมอที่นั่งตรวจคนไข้ในคลินิกอยู่ทุกวัน บ่อยครั้งที่ผมได้เจอปัญหาของครอบครัวที่พาลูกวัยรุ่นมาปรึกษาด้วยเรื่องราวชวนปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นการหนีเที่ยว แข่งรถซิ่ง ท้าทายอำนาจ หรือแม้แต่การทำร้ายตัวเอง หลายคนมักมองว่าเป็นเพราะเด็กดื้อ เกเร หรือติดเพื่อน แต่ถ้าเราลองมองลึกลงไปกว่านั้น พฤติกรรมเสี่ยงในวัยรุ่นเพื่อเรียกร้องความสนใจเหล่านี้ แทบทุกครั้งซ่อนเสียงร้องขอความช่วยเหลือเอาไว้เบื้องหลังเสมอ
ลูกเรากำลังทำอะไรแปลกๆ หรือเปล่า: ทำไมวัยรุ่นถึงเลือกวิธีเสี่ยงเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ช่วงวัยรุ่นเป็นรอยต่อสำคัญของชีวิต สมองส่วนหน้าที่มีหน้าที่ในการควบคุมอารมณ์ การยับยั้งชั่งใจ และการประเมินความเสี่ยงยังพัฒนาไม่เต็มที่ ในขณะที่สมองส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์และความตื่นเต้นทำงานอย่างเต็มสูบ ทำให้วัยรุ่นมีความหุนหันพลันแล่นสูงมาก ประกอบกับความต้องการเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน และความรู้สึกว่าตัวเองไร้ตัวตนในครอบครัว
เมื่อเด็กๆ รู้สึกว่าเสียงพูดปกติของพวกเขาไม่มีใครฟัง หรือความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ไม่เคยได้รับคำชม พวกเขาจึงเลือกวิธีที่รุนแรงและเห็นผลไวที่สุด นั่นคือการสร้างปัญหา เพื่อดึงดูดสายตาและความสนใจจากคนรอบข้าง แม้ว่าผลลัพธ์นั้นจะเป็นการถูกด่าทอหรือถูกลงโทษก็ตามที เพราะสำหรับเด็กแล้ว การถูกลงโทษยังดีกว่าการถูกเมินเฉย
รูปแบบพฤติกรรมเสี่ยงแบบไหนที่หมอเจอ่อยและต้องระวังเป็นพิเศษ
พฤติกรรมเรียกร้องความสนใจในวัยรุ่นไม่ได้มีแค่การเถียงคำไม่ตกฟาก แต่มีหลายระดับความรุนแรงที่พ่อแม่ต้องสังเกตให้ทัน
- การขับขี่รถด้วยความเร็วสูงหรือการแข่งขันบนท้องถนน: เป็นวิธีหาความตื่นเต้นและพิสูจน์ตัวเอง เพื่อแลกกับการยอมรับจากเพื่อนฝูง
- การทดลองใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์: บางครั้งไม่ได้เกิดจากความอยากรู้อยากเห็นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นทางออกหนีความเครียดและความกดดันรอบตัว
- การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย: เกิดจากความคะนอง ขาดการยับยั้งชั่งใจ หรือต้องการประชดชีวิต
- การทำร้ายตัวเองหรือขู่ฆ่าตัวตาย: นี่คือสัญญาณวิกฤตที่อันตรายที่สุด เด็กบางคนกรีดแขนตัวเอง ดื่มยาเกินขนาด หรือโพสต์ข้อความดาร์กๆ ในโซเชียลมีเดียเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ
เมื่อไหร่ที่พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องวัยรุ่นธรรมดา
พ่อแม่อมรินทร์หรือคุณพ่อคุณแม่หลายคนมักปลอบใจตัวเองว่า เดี๋ยวโตขึ้นก็หาย แต่วัยรุ่นบางคนก้าวข้ามเส้นคำว่าคะนองไปสู่ภาวะทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือภาวะความเครียดสะสม หากน้องๆ มีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย พ่อแม่ควรพามาพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด
- เก็บตัวเงียบ ไม่ยอมคุยกับใครเลยเป็นเวลาหลายวัน
- พฤติกรรมการนอนและการกินเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
- เกรี้ยวกราดรุนแรง ทำลายข้าวของอย่างไร้เหตุผล
- พูดจาตัดพ้อในทำนองไม่อยากมีชีวิตอยู่
วิธีรับมือและปรับความเข้าใจเมื่อลูกทำตัวเสี่ยงเพื่อเรียกร้องความสนใจ
การแก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการใช้อารมณ์หรือการลงโทษที่รุนแรง เพราะจะยิ่งผลักให้เด็กถอยห่างออกไปอีก สิ่งที่หมอแนะนำให้พ่อแม่ปฏิบัติมีดังนี้ครับ
ตั้งสติและรับฟังด้วยความเข้าใจ: เมื่อเกิดเรื่องขึ้น อย่าเพิ่งด่าทอหรือตัดสิน ให้ใช้เวลาพูดคุยกันด้วยเหตุผล ถามความรู้สึกของเขามากกว่าการจับผิด
มองหาคุณค่าในตัวลูก: ชมเชยในสิ่งที่เขาทำได้ดี แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในตัวเองให้เกิดขึ้น
กำหนดขอบเขตที่ชัดเจนแต่ยืดหยุ่น: วัยรุ่นยังต้องการกฎเกณฑ์ในการใช้ชีวิต แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการปรึกษาหารือ ไม่ใช่การใช้อำนาจกดขี่
การที่วัยรุ่นแสดงพฤติกรรมเสี่ยงออกมา ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นเด็กไม่ดี แต่เพราะพวกเขากำลังหลงทางและต้องการความเข้าใจจากคนใกล้ตัวมากที่สุด หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่ารับมือไม่ไหว การปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นก็เป็นทางออกที่ดีที่จะช่วยประสานรอยร้าวในครอบครัวให้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง