ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เด็กๆ กับบาดแผลในใจที่มองไม่เห็น

เวลาเราพูดถึงความเครียด หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ในความเป็นจริง เด็กๆ ก็มีโอกาสเผชิญกับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจได้อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิด ผลกระทบทางจิตวิทยาและภาวะความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญในเด็ก หรือที่เราเรียกกันในทางการแพทย์ว่า PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ซึ่งไม่ได้แสดงออกเหมือนอาการป่วยทางกายทั่วไป แต่จะแฝงอยู่ในพฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา

สังเกตอย่างไรว่าเด็กกำลังเผชิญกับภาวะเครียดจากเหตุการณ์เลวร้าย

อาการของเด็กที่ผ่านเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจอาจไม่ได้แสดงออกเป็นการร้องไห้ฟูมฟายเสมอไป หลายครั้งอาการเหล่านี้จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพฤติกรรมดื้อหรือซน โดยคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณเตือนดังนี้:

  • ฝันร้ายบ่อยครั้ง หรือมีอาการละเมอผวาในตอนกลางคืน
  • กลัวการอยู่คนเดียว หรือตัวติดกับผู้ปกครองแจแบบผิดปกติ
  • ถดถอยในพัฒนาการ เช่น กลับมาปัสสาวะรดที่นอน ทั้งที่เลิกไปนานแล้ว
  • มีอาการเหม่อลอย นิ่งเงียบ หรือดูไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ
  • เริ่มแสดงออกถึงความก้าวร้าวหรือหงุดหงิดง่ายอย่างไม่มีสาเหตุ

ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน: ทำไมเด็กถึงตอบสนองต่อความเครียดไม่เหมือนผู้ใหญ่

สมองของเด็กยังคงอยู่ในช่วงพัฒนาและยังไม่มีกลไกการจัดการอารมณ์ที่ซับซ้อนเหมือนผู้ใหญ่ เมื่อเจอเหตุการณ์ที่รับมือไม่ไหว สมองส่วนที่ทำหน้าที่รับมือกับความกลัวจะทำงานหนักเกินไป ทำให้เด็กจดจำภาพเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ หรืออาจพยายามลบภาพจำนั้นออกไปจนกลายเป็นความเงียบงัน การเข้าใจว่าเด็กไม่ได้แกล้งทำ หรือไม่ได้ดื้อรั้น แต่เป็นกลไกการปกป้องตัวเองของสมอง จะช่วยให้เราเข้าถึงและเยียวยาพวกเขาได้ดีขึ้น

วิธีช่วยประคองใจเด็กๆ ให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤต

สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและความสม่ำเสมอ การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เป็นพื้นที่ที่พวกเขาเชื่อมั่นได้จะช่วยลดระดับความเครียดลงได้มาก ดังนี้:

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน: ปล่อยให้เขาเล่าเรื่องราวตามจังหวะของตัวเอง ไม่ต้องเร่งรัดหรือคาดคั้น
  • สร้างกิจวัตรที่ชัดเจน: การมีตารางเวลาที่แน่นอนในแต่ละวันช่วยให้เด็กรู้สึกว่าชีวิตกลับมาควบคุมได้อีกครั้ง
  • ให้เวลาและพื้นที่ส่วนตัว: ไม่จำเป็นต้องพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมทันที ให้เวลาเขาได้ฟื้นตัวตามความพร้อม
  • แสดงความรักและความอบอุ่น: การกอดหรือการอยู่ใกล้ๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรมาก เป็นยาใจชั้นดีที่ช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัย

สัญญาณแบบไหนที่ควรปรึกษาหมอเด็กหรือจิตแพทย์

หากคุณพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกินหนึ่งเดือน หรืออาการรุนแรงขึ้นจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การกิน การนอน หรือการเข้าสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นสัญญาณว่าต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ การพามาพบแพทย์เพื่อประเมินทางจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการให้โอกาสเด็กได้รับเครื่องมือที่เหมาะสมในการก้าวข้ามผ่านบาดแผลในใจ เพื่อให้เขาสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมีความสุขและแข็งแรงอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down