ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะตกใจไม่น้อย เมื่อเห็นลูกรักเข้าห้องน้ำแล้วมีเลือดสดๆ ติดมากับอุจจาระ หรือบางทีก็ปนมากับทิชชูตอนเช็ดทำความสะอาด พอเห็นแบบนี้ความกังวลใจก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที กลัวว่าจะเป็นโรคร้ายแรงอะไรหรือเปล่า ในฐานะหมอที่เจอคุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ มาด้วยอาการนี้บ่อยๆ อยากจะบอกว่าตั้งสติก่อนนะครับ หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดในเด็กวัยอนุบาลหรือประถม ก็คือเรื่องของ ติ่งเนื้อในลำไส้ของเด็ก นี่เองครับ
ติ่งเนื้อในลำไส้ของเด็ก คืออะไร ทำไมถึงเกิดขึ้นได้?
หลายคนอาจจะนึกภาพติ่งเนื้อว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่หรือคนสูงอายุ แต่จริงๆ แล้ว ในเด็กก็มีได้เหมือนกันครับ เจ้าติ่งเนื้อตัวนี้ทางการแพทย์เราเรียกว่า Juvenile Polyps ซึ่งหน้าตาของมันจะเหมือนก้อนเนื้อเล็กๆ มีก้านยื่นออกมาจากผนังลำไส้ใหญ่ คล้ายๆ กับลูกเชอร์รี่ที่มีก้านห้อยอยู่ข้างใน
ข่าวดีก็คือ ติ่งเนื้อชนิดนี้ในเด็กเกือบทั้งหมดเป็น ชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง (Non-cancerous) ครับ เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเนื้อเยื่อในลำไส้ช่วงระหว่างวัยกำลังโต มักจะเจอ ติ่งเนื้อในลำไส้ของเด็ก บ่อยที่สุดในช่วงอายุประมาณ 2 ถึง 6 ปี โดยที่เด็กๆ ไม่ได้มีความผิดปกติทางพันธุกรรมอะไรร้ายแรงแต่อย่างใด
สัญญาณเตือนแบบไหน ที่แปลว่าลูกอาจจะมีติ่งเนื้อซ่อนอยู่?
จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดและทำให้คุณพ่อคุณแม่พามาหาหมอ ก็คืออาการ ถ่ายอุจจาระมีเลือดสดปน ครับ ลักษณะเด่นคือ เลือดจะเคลือบอยู่บนผิวของอุจจาระก้อนสุดท้าย หรือมีหยดเลือดสดๆ หยดตามลงมาหลังจากถ่ายเสร็จแล้ว แต่ตัวเด็กมักจะไม่มีอาการปวดท้องรุนแรงอะไร หน้าตาpowered byความสดใสยังอยู่ครบ เว้นแต่ว่าถ้าติ่งเนื้อนั้นมีขนาดใหญ่มาก หรือหลุดลอกออกมาจนทำให้เกิดแผลถลอก อาจจะมีอาการปวดเบ่งเล็กน้อยร่วมด้วย
บางครั้งถ้าเลือดออกเรื้อรังทีละน้อยโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ทันสังเกต ลูกก็อาจจะมีภาวะซีดหรือโลหิตจางตามมาได้ครับ เริ่มเหนื่อยง่าย เพลีย หรือหน้าซีดเซียวโดยไม่มีสาเหตุ
คุณหมอตรวจวินิจฉัยอย่างไร เมื่อสงสัยว่าลูกมีติ่งเนื้อ?
เวลาพามาตรวจที่คลินิก หมอจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนครับ รวมถึงการตรวจบริเวณทวารหนักเพื่อดูว่ามีรอยโรคอื่นๆ เช่น แผลปริขอบทวารหนัก ริดสีดวงทวาร หรือแผลอักเสบร่วมด้วยไหม
แต่ถ้าสงสัยว่าจะมี ติ่งเนื้อในลำไส้ของเด็ก อยู่ลึกเข้าไปข้างใน วิธีที่จะยืนยันผลได้แม่นยำที่สุดคือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ซึ่งคุณพ่อคุณแม่มักจะกังวลมากเมื่อได้ยินคำนี้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ การส่องกล้องในเด็กปัจจุบันนี้ทำภายใต้การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เด็กจะไม่รู้สึกเจ็บหรือทรมานเลย และถ้าหมอพบติ่งเนื้อระหว่างส่องกล้อง ก็สามารถตัดออกได้ทันทีในครั้งเดียวจบ ไม่ต้องเจ็บตัวหลายรอบครับ
วิธีรักษาและการดูแลเมื่อลูกตรวจพบติ่งเนื้อ
เมื่อตัดชิ้นเนื้อออกมาแล้ว แพทย์นำไปส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันว่าเป็นชนิดธรรมดาจริงหรือไม่ หลังจากนั้นก็แทบไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วครับ แผลจากการตัดติ่งเนื้อจะหายได้เอง และลำไส้ของเด็กจะกลับมาทำงานได้เป็นปกติ
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลต่อหลังจากนี้ คือการปรับเรื่องพฤติกรรมการขับถ่ายของลูกให้ดี ไม่ปล่อยให้ท้องผูกบ่อยๆ เพราะการที่เด็กเบ่งอุจจาระแข็งๆ เป็นประจำ อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองบริเวณลำไส้ได้ง่ายขึ้น แนะนำให้:
- เน้นอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักและผลไม้สดหลากหลายชนิด
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อทำให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายง่าย
- ฝึกกิจวัตรการเข้าห้องน้ำให้เป็นเวลา ไม่ปล่อยให้ลูกกลั้นอุจจาระเวลาไปโรงเรียน
เมื่อไหร่ที่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ?
แม้ว่าอาการถ่ายเป็นเลือดจากติ่งเนื้อจะไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินถึงชีวิต แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่พบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพามาพบแพทย์โดยด่วนครับ:
- มีเลือดออกปริมาณมากติดต่อกันหลายครั้ง จนเด็กหน้ามืด วิงเวียน หรือหมดแรง
- มีอาการปวดท้องรุนแรง ร้องกวน งอแงตลอดเวลา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะลำไส้กลืนกันที่พบร่วมได้บางกรณี
- มีไข้ร่วมกับการถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหาร
การสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ของลูกน้อยในห้องน้ำ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะยิ่งเราเจอสาเหตุเร็วเท่าไหร่ ลูกก็ไม่ต้องทนกังวล และได้รับการรักษาที่ตรงจุดได้อย่างรวดเร็วครับ