ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกดื้อแค่ไหนถึงเรียกว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านและท้าทาย (ODD)

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักเจอปัญหาลูกดื้อ ไม่เชื่อฟัง หรือชอบเถียงกลับ ซึ่งในเด็กทั่วไปนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ตามวัยครับ แต่ถ้าพฤติกรรมเหล่านั้นกลายเป็นนิสัยประจำ ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว การเรียน และการใช้ชีวิตในสังคมอย่างรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ หมออยากให้ลองสังเกตดูว่านี่อาจไม่ใช่แค่ความดื้อธรรมดา แต่เป็นอาการของกลุ่มโรคพฤติกรรมต่อต้านและท้าทาย หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ODD (Oppositional Defiant Disorder)

สัญญาณเตือนภัย: พฤติกรรมแบบไหนที่เกินคำว่าดื้อ

อาการของเด็กที่มีภาวะ ODD มักจะแสดงออกชัดเจนและต่อเนื่องมานานกว่า 6 เดือน โดยไม่ใช่การดื้อแบบชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นแบบแผนที่สม่ำเสมอ ดังนี้ครับ

  • อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ขี้หงุดหงิด และโกรธจัดเมื่อถูกขัดใจ
  • ชอบโต้เถียงกับผู้ใหญ่ หรือคนที่มีอำนาจเหนือกว่าอย่างรุนแรง
  • ปฏิเสธที่จะทำตามกฎระเบียบหรือคำสั่งอย่างชัดเจน
  • ชอบจงใจทำสิ่งที่ทำให้คนอื่นรำคาญหรือโกรธ
  • โทษคนอื่นอยู่เสมอเมื่อตัวเองทำผิด ไม่ยอมรับความรับผิดชอบ
  • มีความอาฆาตพยาบาท หรือจดจำความแค้นได้ดี

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกกลายเป็นคนต่อต้านสังคม

เรายังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนได้เพียงปัจจัยเดียวครับ แต่มักเกิดจากส่วนผสมของหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งเรื่องของพันธุกรรม สารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล หรือสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดูที่อาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเด็ก เช่น การเลี้ยงดูที่เข้มงวดเกินไป หรือการได้รับความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นกลไกป้องกันตัวของเด็กที่แสดงออกมาในรูปของการต่อต้าน

รับมืออย่างไรให้ได้ผล: แนวทางการปรับพฤติกรรมที่พ่อแม่ทำได้

การจัดการกับเด็กกลุ่ม ODD ต้องใช้ความใจเย็นและความสม่ำเสมอเป็นหลักครับ

  • ให้รางวัลเมื่อลูกทำตัวดี: แทนที่จะโฟกัสแต่ตอนเขาดื้อ ลองหันมาชมเชยในวินาทีที่เขาทำตัวน่ารักหรือทำตามคำสั่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างกำลังใจให้เขาอยากทำดีต่อ
  • กำหนดกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน: ลูกต้องรู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ และผลที่ตามมาถ้าไม่ทำตามคืออะไรที่แน่นอน ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเราในตอนนั้น
  • สร้างบรรยากาศเชิงบวก: ลดการปะทะด้วยอารมณ์ เพราะการตะคอกหรือดุด่าจะยิ่งกระตุ้นให้เด็กอยากต่อต้านมากขึ้น
  • เป็นแบบอย่างที่ดี: เด็กมักจะเลียนแบบวิธีการแก้ปัญหาของผู้ใหญ่ ถ้าเราใช้วิธีพูดคุยด้วยเหตุผลแทนการใช้อารมณ์ ลูกก็จะค่อยๆ ซึมซับวิธีนั้นไปใช้เอง

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกมาหาหมอ

หากพฤติกรรมของลูกเริ่มรุนแรงจนคนรอบข้างรับมือไม่ไหว ส่งผลให้ลูกไม่มีเพื่อน ถูกเชิญออกจากโรงเรียน หรือเริ่มมีการใช้ความรุนแรงทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น หมอแนะนำว่าอย่ารอให้ถึงจุดที่สายเกินแก้ครับ การมาปรึกษากุมารแพทย์ด้านพัฒนาการหรือจิตแพทย์เด็ก จะช่วยประเมินได้ว่าลูกอาจมีภาวะอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น โรคสมาธิสั้น (ADHD) หรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งการรักษาที่ตรงจุดและรวดเร็ว จะช่วยให้ลูกกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและมีความสุขมากขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down