เวลาตื่นนอนมาแล้วรู้สึกเจ็บแปล๊บที่มุมปาก หรือมีแผลร้อนในโผล่ขึ้นมาทักทายในช่องปากบ่อยๆ หลายคนมักจะเผลอบ่นกับตัวเองว่าเป็นเพราะนอนดึก กินน้ำน้อย หรือช่วงนี้ร้อนในกำเริบแน่เลย แต่ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มานาน อยากชวนลองสังเกตให้ลึกว่า อาการเจ็บปากเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นเสียงกระซิบจากร่างกาย ที่กำลังฟ้องว่าเรากำลังเผชิญกับการสังเกตสัญญาณภาวะขาดสารอาหารอยู่หรือเปล่า
แผลในปาก ร้อนใน หรือแค่บังเอิญเจ็บ? แยกให้ออกก่อนเข้าใจผิด
เวลาพูดถึงอาการเจ็บปาก คนส่วนใหญ่จะนึกถึงแผลร้อนในที่สร้างความทรมานเวลาเคี้ยวข้าวหรือดื่มน้ำ แต่อาการเจ็บในช่องปากนั้นมีหลายรูปแบบมาก บางคนเป็นแผลตื้นๆ บางคนมุมปากแตกเป็นร่องเจ็บแสบ หรือบางคนรู้สึกว่าลิ้นเรียี่ยน แดงก่ำ และแสบร้อนเวลาโดนรสจัด อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความร้อนในร่างกายตามความเชื่อโบราณเสมอไป แต่เซลล์เนื้อเยื่อในช่องปากเป็นเซลล์ที่มีการแบ่งตัวและผลัดเซลล์รวดเร็วมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายขาดวิตามินหรือแร่ธาตุสำคัญ เซลล์เหล่านี้จะซ่อมแซมตัวเองไม่ได้ จนแสดงอาการอักเสบออกมาให้เห็นเป็นอันดับแรกๆ
มุมปากแตก ลิ้นอักเสบ และอาการเจ็บแปล๊บในปากฟ้องขาดวิตามินอะไรบ้าง?
ช่องปากเปรียบเสมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนสุขภาพภายใน ถ้าเราลองสำรวจดูดีๆ จะพบเบาะแสสำคัญที่เชื่อมโยงกับสารอาหารแต่ละชนิดได้อย่างชัดเจน ดังนี้
- ปากนกกระจอกและมุมปากอักเสบ: อาการผิวหนังที่มุมปากแตกเป็นแผลเจ็บ อ้าปากกว้างไม่ได้ มักเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินบี 2 หรือธาตุเหล็ก ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
- ลิ้นแดงก่ำและแสบร้อน: หากส่องกระจกแล้วพบว่าลิ้นดูเรียบเนียนผิดปกติ ไม่มีปุ่มลิ้น แถมยังบวมแดงและเจ็บแสบ นั่นคือสัญญาณของการขาดวิตามินบี 12 หรือกรดโฟลิก ที่มักพบในคนที่ไม่ค่อยทานเนื้อสัตว์หรือผักใบเขียว
- แผลร้อนในเรื้อรัง: การเป็นแผลในปากซ้ำๆ ที่ตำแหน่งเดิมหรือหายช้ากว่าปกติ อาจเกี่ยวพันกับการขาดวิตามินซี สังกะสี หรือแม้แต่โปรตีนที่จำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับการอักเสบ
ใครบ้างเสี่ยงภาวะขาดสารอาหารจนแสดงออกที่ช่องปาก?
ไม่ใช่ทุกคนที่จะเจอปัญหานี้ แต่กลุ่มคนบางประเภทมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจนส่งผลกระทบต่อช่องปาก ได้แก่ คนที่กำลังจำกัดอาหารอย่างเคร่งครัดเพื่อลดน้ำหนัก ผู้สูงอายุที่ทานอาหารได้น้อยลง คนที่ทานมังสวิรัติหรือวีแกนโดยไม่มีความรู้เรื่องการทดแทนสารอาหาร รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารทำให้ดูดซึมวิตามินได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากใครอยู่ในกลุ่มเหล่านี้แล้วเริ่มมีอาการเจ็บปากเรื้อรัง ควรเริ่มพิจารณาเรื่องโภชนาการของตัวเองอย่างจริงจัง
ปรับสมดุลจานอาหารอย่างไรให้อาการเจ็บปากหายขาดจากต้นตอ?
การรักษาอาการเจ็บปากจากการขาดสารอาหาร ไม่ได้จบลงแค่การหายาทาแก้แผลร้อนใน แต่ต้องแก้ที่ต้นเหตุด้วยการเติมสารอาหารที่ร่างกายกำลังร้องขอเข้าไปให้เพียงพอ
- เน้นทานอาหารกลุ่มวิตามินบีรวมให้ครบถ้วน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ธัญพืชไม่ขัดสี และผักใบเขียวเข้ม
- เติมธาตุเหล็กและสังกะสีจากเนื้อแดง ตับ หอยนางรม และถั่วต่างๆ เพื่อช่วยสมานแผลและเสริมสร้างเนื้อเยื่อ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุช่องปากและช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้นได้ดีขึ้น
เช็กลิสต์ด่วน อาการเจ็บปากแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด?
แม้ว่าการปรับอาหารจะช่วยได้มาก แต่ถ้าลองดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายในสองสัปดาห์ หรือมีอาการเจ็บปากร่วมกับอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง หน้ามืดง่าย มือเท้าชา หรือผมร่วงผิดปกติ นั่นหมายถึงภาวะขาดสารอาหารอาจรุนแรงเกินกว่าจะแก้ด้วยการกินอาหารเพียงอย่างเดียว แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหาสสาเหตุที่แท้จริงและรับคำแนะนำในการใช้วิตามินเสริมที่เหมาะสม