ช่วงนี้หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยอาการไอ เจ็บคอ หรือภูมิแพ้กำเริบแบบหาสาเหตุไม่ค่อยได้ พอลองซักประวัติกันลึกๆ แล้ว มักจะพบจุดร่วมเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือการใช้ชีวิตอยู่ในห้องที่ปิดทึบ เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวันโดยแทบไม่เคยเปิดรับอากาศภายนอกเลย หลายคนเข้าใจว่าแค่แอร์เย็นฉ่ำแปลว่าอากาศสะอาด แต่ในทางการแพทย์แล้ว ความเย็นไม่ได้แปลว่าปราศจากเชื้อโรคเสมอไป
บ้านหรือที่ทำงานอากาศถ่ายเทน้อยแค่ไหน ถึงเวลาสังเกตตัวเองหรือยัง
เวลาที่เราอยู่ในห้องปิดทึบ ร่างกายของทุกคนในห้องจะหายใจเอาออกซิเจนเข้ามาแล้วปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาสะสมเรื่อยๆ ยิ่งถ้ามีคนอยู่เยอะ อากาศจะยิ่งอับ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงละอองฝอยจากการไอจาม จะไม่มีทางระบายออกไปไหนได้เลย มันจะถูกดูดเข้าไปวนเวียนอยู่ในเครื่องปรับอากาศ แล้วถูกพ่นกลับออกมาให้เราหายใจเข้าไปใหม่วนไปเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้คนในบ้านหรือในออฟฟิศพากันป่วยติดๆ กันโดยไม่รู้ตัว
ซอกมุมมืดในเครื่องปรับอากาศที่ซ่อนเชื้อโรคและฝุ่นร้าย
เครื่องปรับอากาศทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำยักษ์ที่คอยดูดฝุ่นละอองทั้งหมดในห้องเข้าไปเก็บไว้ ข้างในนั้นมีความชื้นจากกระบวนการทำความเย็นและความมืด ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่โปรปรานของเชื้อราและแบคทีเรียหลายชนิด เมื่อแผ่นกรองอากาศเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ และมีเมือกสกปรกสะสมอยู่ที่คอยล์เย็น ทุกครั้งที่เราเปิดแอร์ เชื้อโรคเหล่านี้จะเกาะไปกับละอองน้ำแอร์กระจายฟุ้งไปทั่วห้อง ส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจของเราต้องรับภาระหนักทุกวินาทีที่หายใจเข้าไป
สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อระบบระบายอากาศเริ่มมีปัญหา
ร่างกายของเรามักจะมีเซนเซอร์คอยเตือนภัยอยู่เสมอ ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้เมื่อเข้ามาอยู่ในอาคารเดิมๆ:
- ตื่นมาแล้วคอแห้ง คัดจมูก หรือจามบ่อยเป็นประจำทุกวัน
- รู้สึกเพลีย สมองตื้อ คิดงานไม่ออกตอนบ่ายๆ (อาการจากคาร์บอนไดออกไซด์สะสมสูง)
- ผิวหนังระคายเคือง ผื่นขึ้นง่ายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- คนในบ้านหรือเพื่อนร่วมงานทยอยป่วยเป็นไข้หวัดไล่เลี่ยกัน
อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นภูมิแพ้ตามฤดูกาลเสมอไป แต่มักเป็นเสียงเตือนจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ฟ้องว่าอากาศในห้องกำลังแย่ลงเรื่อยๆ
วิธีดูแลระบบระบายอากาศและแอร์ให้อากาศในบ้านกลับมาบริสุทธิ์
การแก้ปัญหาเรื่องโรคติดต่อทางอากาศและการสะสมของเชื้อโรคในบ้าน ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าจะลงมือทำ ถ้าเราปรับพฤติกรรมและดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอตามแนวทางนี้:
- ล้างแอร์ตามรอบเวลาที่เหมาะสม: อย่ารอให้แอร์ไม่เย็นหรือมีกลิ่นเหม็นอับค่อยเรียกช่าง ควรล้างทำความสะอาดใหญ่ทุกๆ 6 เดือน เพื่อกำจัดเมือก เชื้อรา และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ข้างใน
- ถอดล้างแผ่นกรองฝุ่นบ่อยขึ้น: สำหรับแผ่นกรองอากาศชั้นนอก เจ้าของบ้านสามารถถอดออกมาล้างน้ำสะอาดด้วยตัวเองได้ทุกๆ 2 สัปดาห์ เพื่อช่วยลดภาระการดักจับฝุ่นของตัวเครื่อง
- เปิดรับอากาศบริสุทธิ์บ้าง: ในช่วงเวลาที่อากาศข้างนอกไม่ร้อนจัดหรือฝุ่นไม่หนาแน่น ลองเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้สัก 10-15 นาทีในช่วงเช้าหรือเย็น เพื่อไล่อากาศเก่าและรับออกซิเจนใหม่เข้ามาหมุนเวียน
- ติดพัดลมดูดอากาศในจุดอับ: ห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องประชุมที่ไม่มีหน้าต่าง ควรติดตั้งพัดลมระบายอากาศเพื่อช่วยดึงความชื้นและกลิ่นอับออกไปโดยตรง
ความสะอาดของระบบระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางอากาศ
การให้ความสำคัญกับความสะอาดของระบบระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางอากาศ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องประหยัดค่าไฟหรือยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่มันคือการลงทุนกับสุขภาพปอดและทางเดินหายใจของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก การได้หายใจเอาอากาศที่สะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากเชื้อโรคและฝุ่นละอองเข้าไปในทุกๆ วัน คือพื้นฐานสำคัญที่สุดของร่างกายที่แข็งแรง หันมาใส่ใจดูแลมุมอับเหล่านี้กันสักนิด แล้วคุณจะพบว่าการป่วยบ่อยๆ อาจลดลงไปได้มากกว่าที่คิด