ลูกตัวร้อนซึมลง แม่ใจหายวาบเมื่อรู้ว่าเป็นไข้เลือดออก
เวลาที่ลูกตัวร้อนจัดแล้วคุณหมอบอกว่าเป็นไข้เลือดออก ความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่คงเหมือนตกลงไปในเหวลึก ยิ่งในเด็กเล็กหรือทารกด้วยแล้ว ความกังวลใจเรื่องการกินนม การดื่มน้ำ หรือการประคับประคองร่างกายลูกให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้ ยิ่งสร้างความเครียดให้คุณแม่อย่างมาก เพราะเจ้าตัวเล็กยังบอกไม่ได้ว่าเจ็บตรงไหน หรือหิวอะไรนอกจากส่งเสียงร้องงอแง
ในฐานะหมอเด็กและคนที่เจอคุณแม่พามาปรึกษาเรื่องนี้บ่อยๆ ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงที่ลูกป่วยเป็นไข้เลือดออกไม่ใช่แค่ยาจากโรงพยาบาล แต่คือเรื่องของ โภชนาการและการให้นมในทารกที่เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกช็อกและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วที่สุดครับ
ช่วงวิกฤตที่ต้องระวัง: ทำไมเรื่องกินถึงสำคัญที่สุดสำหรับทารก?
ไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ที่มีมียุงลายเป็นพาหนะ ในเด็กเล็กความน่ากลัวคือร่างกายของเขาเสียน้ำและสารน้ำในเลือดได้ง่ายมากเวลาที่มีไข้สูง อาเจียน หรือเบื่ออาหาร ช่วงวันที่สามถึงวันที่ห้าของโรค (ซึ่งเป็นช่วงที่ไข้เริ่มลดลงแต่เชื้อไวรัสกำลังออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดฝอยรั่ว) ถือเป็นช่วงอันตรายที่สุด
ถ้าลูกไม่ยอมดูดนมหรือดื่มน้ำเลย เลือดในตัวจะเข้มข้นขึ้น ความดันโลหิตจะตก และนำไปสู่ภาวะช็อกที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น การบริหารจัดการเรื่องอาหารและนมจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันด่านแรกที่ทรงพลังที่สุดที่คุณแม่ทำได้เองที่บ้านครับ
ลูกกินนายน้อยลง ทำอย่างไรดีเมื่อเจ้าตัวเล็กปฏิเสธเต้าและขวดนม?
อาการเบื่ออาหารและไม่อยากดูดนมเป็นเรื่องธรรมดามากเวลาที่เด็กไม่สบาย ปากขม คอแห้ง และปวดเมื่อยเนื้อตัว สิ่งที่คุณแม่มักกังวลคือกลัวลูกจะขาดสารอาหารและขาดน้ำ จนบางครั้งเผลอไปบังคับป้อน ซึ่งยิ่งทำให้ลูกเครียดและอาเจียนหนักกว่าเดิม
วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือการเปลี่ยนกลยุทธ์การป้อนนมใหม่ทั้งหมด:
- ลดปริมาณ เพิ่มความถี่: แทนที่จะให้ลูกกินนมจนอิ่มแปล้ในมื้อเดียว ให้เปลี่ยนเป็นแบ่งป้อนทีละน้อยแต่บ่อยขึ้น เช่น ทุกๆ หนึ่งถึงสองชั่วโมง เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารของลูกต้องทำงานหนักเกินไปและลดโอกาสการอาเจียน
- สำหรับทารกกินนมแม่: ให้เข้าเต้าบ่อยตามที่ลูกต้องการได้เลยครับ น้ำนมแม่ย่อยง่ายที่สุดและมีภูมิต้านทานช่วยสู้กับโรค ถ้าลูกดูดไม่ไหวเพราะเหนื่อย ให้คุณแม่ปั๊มนมใส่ช้อนหรือใช้สลิงค์ (กระบอกฉีดยาที่ถอดเข็มออก) ป้อนทีละนิดอย่างใจเย็น
- สำหรับทารกกินนมผง: อาจลองปรึกษาแพทย์เพื่อปรับความเข้มข้นหรือเปลี่ยนอุณหภูมิของนมให้ดื่มง่ายขึ้น แต่ห้ามผสมน้ำเปล่าเจือจางลงในนมผงเองเด็ดขาดเพราะจะทำให้ทารกได้รับสารอาหารไม่สมดุล
น้ำเกลือแร่สำหรับเด็กเล็ก: ดื่มได้ไหมและเลือกอย่างไรให้ปลอดภัย?
คำถามยอดฮิตที่คุณแม่มักถามคือ ลูกอายุไม่ถึงขวบกินเกลือแร่ (ORS) ได้ไหม? คำตอบคือ ในกรณีที่มีไข้สูง อาเจียน หรือซึม การให้สารละลายเกลือแร่สำหรับเด็กมีความจำเป็นมากครับ เพื่อชดเชยเกลือแร่และน้ำที่สูญเสียไป
แต่มีข้อควรระวังสำคัญคือ ห้ามซื้อเกลือแร่สำหรับนักกีฬามาให้เด็กกินเด็ดขาด เพราะมีความเข้มข้นของเกลือและน้ำตาลสูงเกินไป ซึ่งอันตรายต่อไตของทารก ต้องใช้เกลือแร่สูตรสำหรับเด็ก (ORS) ที่ขายตามร้านขายยาเท่านั้น และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องปริมาณที่เหมาะสมต่อน้ำหนักตัวของลูกครับ
อาหารเสริมและอาหารตามวัย สำหรับทารกที่เริ่มกินข้าวแล้ว
สำหรับทารกที่มีอายุตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปและเริ่มกินอาหารมื้อหลักแล้ว ช่วงที่เป็นไข้เลือดออกระบบทางเดินอาหารของเขาจะอ่อนแอมาก อาหารจึงต้องย่อยง่ายและให้พลังงานสูง
- เลือกอาหารรสอ่อนและเหลว: เช่น ข้าวต้มตุ๋นเละๆ ซุปใส หรือโจ๊กเนื้อเนียน หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือมันจัดเด็ดขาด
- ผลไม้ที่มีน้ำและวิตามินสูง: หากลูกโตพอที่จะกินผลไม้ได้ การให้ทานแตงโมแช่เย็นชิ้นเล็กๆ หรือน้ำอุ่นผสมน้ำส้มคั้นคั้นสดเจือจาง จะช่วยให้ชุ่มคอและสดชื่นขึ้น
- อย่าบังคับกิน: หากลูกไม่ยอมกินข้าวเลยจริงๆ ในช่วงหนึ่งถึงสองวันที่ไข้ขึ้นสูง ให้เน้นเรื่องนมและน้ำเกลือแร่เป็นหลักก่อน เมื่อไหร่ที่ไข้เริ่มลดลงและความอยากอาหารกลับมาค่อยเริ่มป้อนอาหารตามปกติครับ
- ลูกอาเจียนติดต่อกันทุกครั้งที่กินอะไรเข้าไป แม้แต่น้ำเปล่าหรือนมแม่ก็เก็บไว้ในท้องไม่ได้
- ปวดท้องรุนแรงบริเวณลิ้นปี่หรือชายโครงขวา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าตับเริ่มโตและอาจเกิดภาวะช็อก
- ซึมลงมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น หรือกระสับกระส่ายผิดปกติ
- มือเท้าเย็น ชื้น ตัวลาย หรือปัสสาวะไม่ออกนานเกินหกชั่วโมง
- มีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือมีจุดจ้ำเลือดขึ้นตามผิวหนังจำนวนมาก
สัญญาณเตือนภัยอันตรายที่แปลว่าลูกต้องกลับไปโรงพยาบาลด่วน
แม้ว่าเราจะดูแลเรื่องโภชนาการและการให้นมอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ไข้เลือดออกเป็นโรคที่พลิกผันได้ตลอดเวลา คุณแม่ต้องสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบเจอต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงนัด
การดูแลทารกที่เป็นไข้เลือดออกต้องอาศัยความอดทนและความละเอียดอ่อนของคุณแม่เป็นอย่างมากครับ ค่อยๆ ประคับประคองลูกไปทีละมื้อ ทีละช้อน และคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าด้วยความรักและความใส่ใจของคุณแม่ จะช่วยพาเจ้าตัวเล็กให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ