เวลามีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง เดี๋ยวท้องเสีย เดี๋ยวท้องผูก บางวันแน่นท้องจนใส่กางเกงไม่ได้ แต่พอไปส่องกล้องหรือตรวจเลือด กลับพบว่าทุกอย่างปกติไม่มีอะไรน่ากลัว หลายคนมักจะงงและกังวลว่าตกลงตัวเองเป็นโรคอะไรกันแน่ อาการเหล่านี้มักจะชี้เป้าไปที่เรื่องเดียวกัน นั่นคือโรคลำไส้แปรปรวน หรือที่หมอชอบเรียกว่าโรคยอดฮิตของคนยุคใหม่
โรคลำไส้แปรปรวนคืออะไร ทำไมตรวจอะไรก็ไม่เจอแผล
โรคลำไส้แปรปรวน เป็นความผิดปกติของการทำงานของลำไส้ใหญ่ ไม่ได้เกิดจากแผลอักเสบ เนื้องอก หรือการติดเชื้อรุนแรง เวลาเราพูดถึงลำไส้แปรปรวน หมอจะเปรียบเทียบให้ฟังง่ายๆ ว่า ลำไส้ของคนเรามันมีกล้ามเนื้อและระบบประสาทที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ เหมือนคนที่สะดุ้งตกใจง่าย พอกล้ามเนื้อลำไส้บีบตัวแรงเกินไปหรือบีบผิดจังหวะ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูกตามมา แม้ตัวเนื้อเยื่อลำไส้จะปกติไม่มีแผล แต่ความทรมานที่เกิดขึ้นนั้นของจริงแน่นอน
สัญญาณเตือนแบบไหน ที่เรียกว่าเข้าข่ายโรคลำไส้แปรปรวน
การวินิจฉัยโรคนี้ หมอจะดูจากลักษณะอาการและระยะเวลาเป็นหลัก โดยเช็คลิสต์อาการเด่นๆ มีดังนี้
- ปวดท้องเรื้อรัง มักจะปวดบริเวณท้องน้อยหรือรอบสะดือ และอาการปวดมักจะดีขึ้นหลังจากการขับถ่าย
- การขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม บางคนท้องเสียบ่อย บางคนท้องผูกสลับกับท้องเสีย หรือบางคนมีแต่วันที่ถ่ายไม่ออก
- มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้องเยอะ รู้สึกแน่นอึดอัดตลอดเวลาแม้จะกินอาหารไม่มาก
รู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นสายท้องเสีย ท้องผูก หรือแบบผสม
หมอมักจะแบ่งหน้าตาของโรคนี้ออกเป็นกลุ่มย่อย เพื่อให้เข้าใจและดูแลตัวเองได้ตรงจุดมากขึ้น
กลุ่มท้องเสียนำ
ตื่นเช้ามาต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที วันหนึ่งเข้าหลายรอบ อุจจาระเหลวเป็นน้ำหรือกึ่งเหลว มักจะกำเริบเวลาเครียด ตื่นเต้น หรือกินอาหารบางประเภทเข้าไป
กลุ่มท้องผูกนำ
หลายวันถ่ายที อุจจาระแข็งเป็นก้อนแห้งเหมือนขี้แพะเบ่งยาก ต้องออกแรงมากจนบางทีมีเลือดออกตามมาเพราะริดสีดวงถามหา
กลุ่มสลับไปสลับมา
กลุ่มนี้น่าปวดหัวที่สุดเพราะเดาใจลำไส้ไม่ได้ เดี๋ยวอาทิตย์นี้ท้องผูกติดกันหลายวัน แต่อาทิตย์หน้ากลายเป็นท้องเสียกระทันหันสลับกันไปมา
สาเหตุที่แท้จริงมาจากไหน ทำไมลำไส้ถึงรวนได้ขนาดนี้
ถ้าถามว่าอะไรทำให้ลำไส้เราแปรปรวน คำตอบไม่ได้มีแค่มื้ออาหารมื้อเดียว แต่มันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตและความเครียดสะสม
- ความเครียดและวิตกกังวล สมองกับลำไส้คุยกันตลอดเวลาผ่านระบบประสาทอัตโนมัติ วันไหนเครียด สมองสั่งลำไส้ปั่นป่วนทันที
- อาหารการกิน การกินอาหารรสจัด กาแฟแอลกอฮอล์ หรืออาหารที่ย่อยยาก กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวผิดปกติ
- ความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ แบคทีเรียตัวดีในพุงลดลง ทำให้ระบบย่อยและการเคลื่อนตัวของลำไส้รวน
วิธีปรับพฤติกรรมและดูแลตัวเองให้ลำไส้กลับมาสงบ
ข่าวดีคือโรคลำไส้แปรปรวนไม่อันตรายถึงชีวิตและไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่ความเรื้อรังของมันทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นที่หมอแนะนำมีดังนี้
- จัดระเบียบอาหารการกิน สังเกตว่ากินอะไรแล้วปวดท้อง เช่น นมวัว อาหารมัน อาหารรสเผ็ดจัด แล้วหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น
- เพิ่มกากใยในอาหาร กินผักผลไม้ให้มากขึ้นเพื่อช่วยเรื่องการขับถ่าย แต่ถ้าเป็นช่วงที่ท้องเสียต้องเลี่ยงผักใบเขียวดิบชั่วคราว
- จัดการความเครียด หาเวลาพักผ่อน ออกกำลังกายเบาๆ เพราะการออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ช่วยให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายง่ายขึ้นสำหรับคนที่เป็นท้องผูก
อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องรีบมาหาหมอตรวจให้ละเอียด
แม้โรคลำไส้แปรปรวนจะมีอาการคล้ายกัน แต่ถ้ามีสัญญาณเตือนเหล่านี้ร่วมด้วย หมอแนะนำว่าควรมาตรวจเช็คความผิดปกติอื่นๆ เพิ่มเติมทันที
- น้ำหนักลดลงฮวบฮาบโดยไม่ได้ตั้งใจ
- มีไข้ร่วมกับอาการปวดท้อง
- ถ่ายเป็นเลือด หรือมีมูกเลือดปนในอุจจาระ
- เริ่มมีอาการปวดท้องตอนกลางคืนจนต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำ
- มีอาการครั้งแรกตอนอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป